เช้าวันต่อมา อันอันตื่นแต่เช้า ส่วนเย่เหลียงเยี่ยนยังหลับสนิทอยู่ข้าง ๆ
ตั้งแต่มาอยู่ในโลกนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอมองเขาอย่างพินิจพิเคราะห์
โหนกคิ้วสูง ขนตายาว จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากได้รูป ผิวค่อนข้างขาว แต่ไม่ซีดเซียวเหมือนจินหลาน
...ทำไมถึงนึกถึงจินหลานขึ้นมาได้ล่ะ
เธอลุกขึ้น หอบเสื้อผ้าออกจากห้องนอน
หลังล้างหน้าแปรงฟัน เธอก็กินขนมที่วางอยู่บนโต๊ะไปสองสามชิ้นแบบขอไปที
ตอนนี้เธอหลุดจากความกระอักกระอ่วนเมื่อวานมาได้แล้ว
รับช่วงต่อสถานการณ์เละเทะมาแล้ว จะให้เธอทำอย่างไรได้ล่ะ
ถ้าเป็นแฟนหนุ่มจริง ๆ ยังพอปลอบใจแล้วหาทางแก้ไขได้
แต่กับเย่เหลียงเยี่ยน...
นั่นไม่เท่ากับหาเรื่องใส่ตัวหรอกหรือ
ที่เย่เหลียงเยี่ยนคอยดูแลเธอ ดูคล้ายความห่วงใยระหว่างคนในครอบครัวมากกว่า
แล้วเธอล่ะ คิดกับเขาอย่างไร? คงมองเขาเป็นเพื่อนร่วมห้องที่แสนดีและเป็นเพื่อนร่วมทางที่ไว้ใจได้กระมัง
พูดกันตามตรง ในใจเธอ เย่เหลียงเยี่ยนน่าเชื่อถือกว่าพ่อของเธอเสียอีก
ตลอดช่วงเช้า อันอันฝึกท่อนเต้นที่สองอยู่ในห้องซ้อมเต้น
ส่วนเย่เหลียงเยี่ยนกลับเอนกายอยู่บนโซฟา เล่นโทรศัพท์ตลอดทั้งเช้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ตอนเที่ยงเขาหุงข้าว ส่วนกับข้าวเป็นของที่ห่อกลับมาจากเมื่อคืน
ทั้งสองนั่งกินข้าวตรงข้ามกัน
ไม่มีใครพูดอะไร
มีเพียงเสียงช้อนส้อมกระทบกัน กับเสียงช้อนซุปแตะขอบชาม
“บ่ายนี้อยากออกไปเดินเล่นไหม?” เย่เหลียงเยี่ยนเอ่ยขึ้นกะทันหัน
เธอไม่คิดว่าเขาจะเป็นฝ่ายทำลายความเงียบก่อน จึงรู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง
