บทที่ 74 เจ้าตัวน้อยแสนอ่อนไหว
เขาหอบหายใจอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะพลิกตัวเธอเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขน มือใหญ่ประคองท้ายทอยของเธอ จุมพิตหน้าผาก ปลายจมูก และริมฝีปากอย่างอ่อนโยนเพื่อปลอบประโลม
“เหนื่อยหน่อยนะ ที่รัก”
เคอเหมียนถังแก้มแดง จ้องเขาเขม็ง ขอบตายังมีหยาดน้ำตาที่ยังไม่แห้งดีคลออยู่ ดวงตาฉ่ำน้ำ “ทำไมช้าจัง!”
ดวงตาดอกท้อของเขาแฝงรอยยิ้มลึกล้ำ ปลายนิ้วลูบรอยจูบตรงเอวด้านข้างของเธอ น้ำเสียงแหบพร่าและดูไร้เดียงสา “ก็คุณไม่ยอมให้ผม… ทำได้แค่ข้างนอก… จะไม่ช้าได้ยังไง”
เธอถูกเขาพูดจนหน้าเห่อร้อน หันหน้าหนีไม่มองเขา
แต่ในใจก็รู้ดีว่า แม้ทุกครั้งเขาจะทำให้เธอเหนื่อยแทบแย่ แต่เขาไม่เคยบังคับให้เธอก้าวข้ามเส้นนั้นเลย
ความพอดีเพียงเท่านี้ทำให้เธอยังคงมีพื้นที่ให้รู้สึกอุ่นใจอยู่บ้าง แม้ในค่ำคืนเหนียวหนืดและขาดการควบคุมเหล่านั้น
เธอเพิ่งคิดจะพลิกตัวนอน จู่ ๆ โลกก็หมุนคว้าง ชายกระโปรงถูกยกขึ้นมาคลุมหน้าเอาไว้ ตรงหน้าจึงเหลือเพียงผ้าไหมเนื้อนุ่ม
“คุณ…”
ยังไม่ทันได้ด่า จุดที่ไวต่อความรู้สึกที่สุดก็ถูกสัมผัสชื้นร้อนและสากกระคายแนบลงมา
เพียงไม่กี่วินาที เอวของเธอก็สะดุ้งผงกขึ้น ก่อนถูกฝ่ามือของเขากดลง ร่างทั้งร่างสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ แสงสีขาวระเบิดขึ้นตรงหน้า น้ำตาพรั่งพรูออกมาทันที
“คนบ้า!”
ชายกระโปรงผ้าไหมถูกเปิดออก เธอมองเขาผ่านม่านน้ำตาพร่ามัว เห็นเขานอนหงายอยู่ ดวงตาดอกท้อโค้งเป็นรอยยิ้ม มุมปากยกขึ้น หล่อเหลาเหมือนภาพวาด แต่ร้ายกาจราวกับปีศาจ
เขาดึงเธอออกจากใต้ชายกระโปรง โอบเอวแล้วดึงกลับเข้ามาในอ้อมแขน น้ำเสียงแหบพร่าปนรอยยิ้ม “ช่างเป็นสมบัติล้ำค่าจริง ๆ”
