เซี่ยกู๋เสวียนพยักหน้ารัว ๆ
“ผมเข้าใจแล้ว”
กู้สุยหยวนยิ้ม ยกมือลูบผมของเขาเบา ๆ แล้วถามต่อ
“ยังมีข้อเรียกร้องอะไรอีกไหม พูดมาให้หมดทีเดียวเลย”
เซี่ยกู๋เสวียนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย มองเขาด้วยแววตาน่าสงสาร
“ผมชอบงานที่ทำอยู่ตอนนี้มาก แล้วก็ชอบวาดรูปด้วย ผมรู้ว่างานที่ปรึกษานักศึกษามหาวิทยาลัยไม่ได้ดูดีมีหน้ามีตาอะไร อาจทำให้คุณเสียหน้า แต่ผมไม่อยากลาออก”
“หลังแต่งงานแล้ว คุณจะให้ผมทำงานต่อได้ไหม”
กู้สุยหยวนรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังเผื่อทางหนีทีไล่ให้ตัวเอง
ถ้ามีงานทำ เขาก็จะมีรายได้ ต่อให้วันหน้าทั้งคู่ต้องแยกทางกัน อย่างน้อยเขาก็ยังเลี้ยงตัวเองได้
กู้สุยหยวนหัวเราะเบา ๆ ก้มลงจูบหน้าผากเขา แล้วพูดอย่างไม่ใส่ใจนัก
“งานนี้จะไม่น่าภูมิใจตรงไหน ถึงจะเป็นที่ปรึกษานักศึกษา แต่ก็เป็นครู อาชีพครูเป็นอาชีพที่สูงส่ง จะทำให้ฉันเสียหน้าได้ยังไง”
“ถ้าชอบวาดรูปก็วาด ถ้าอยากทำงานก็ทำ ฉันไม่ก้าวก่ายการตัดสินใจของนาย นายแต่งงานกับฉันมาเป็นคนรัก ไม่ได้ขายตัวมาเป็นทาส เรื่องเล็กน้อยแบบนี้ไม่ต้องถามฉัน ตัดสินใจเองได้เลย”
ดวงตาของเซี่ยกู๋เสวียนเป็นประกาย เขาไม่คิดว่ากู้สุยหยวนจะตอบตกลงจริง ๆ
เขานึกว่ากู้สุยหยวนจะเหมือนประธานบริษัทในนิยายที่เคยอ่าน ไม่อยากให้คนรักออกไปทำงาน อยากให้อยู่บ้านคอยเชิดหน้าชูตาเท่านั้น
“ผมไม่มีข้อเรียกร้องอื่นแล้ว ผมยินดีแต่งงานกับคุณ ยินดีเป็นคู่ชีวิตของคุณ จะไปจดทะเบียนเมื่อไรก็ได้”
ถึงกู้สุยหยวนจะคาดไว้แต่แรกว่าอีกฝ่ายต้องตอบตกลง แต่พอได้ยินเขาพูดออกมาเอง ก็ยังอดดีใจไม่ได้
“ดี งั้นพรุ่งนี้เราไปจดทะเบียนกัน”
“หิวแล้วใช่ไหม ฉันให้ผู้ช่วยเตรียมอาหารรสอ่อนที่มีประโยชน์ไว้แล้ว เดี๋ยวอุ้มไปชิมนะ”
เซี่ยกู๋เสวียนอยากเดินไปเอง แต่เพียงขยับนิดเดียว เอวก็ประท้วงอย่างหนัก
ช่วยไม่ได้ สุดท้ายเขาจึงได้แต่ปล่อยให้กู้สุยหยวนจัดการตามใจ สวมชุดนอนนุ่มสบาย แล้วซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนของอีกฝ่าย ถูกอุ้มไปยังห้องอาหาร
“ลองชิมเร็ว ว่าถูกปากไหม ต่อไปอยากกินอะไรก็บอกฉันได้เลย ฉันจะให้คนเตรียมไว้ให้”
กู้สุยหยวนตักซุปซี่โครงหมูข้าวโพดให้เขาชามหนึ่ง ตั้งทิ้งไว้สักพักจนมีอุณหภูมิพอดีที่จะดื่ม
เซี่ยกู๋เสวียนกล่าวขอบคุณ รับชามมาแล้วค่อย ๆ กินทีละคำ
“ไม่ต้องเกรงใจ พรุ่งนี้เราก็จดทะเบียนกันแล้ว จากนี้ฉันก็เป็นสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของนาย การดูแลนายเป็นเรื่องสมควรอยู่แล้ว”
“ชอบอะไรก็บอกฉันได้ทุกอย่าง สามีของนายไม่ขาดเงินหรอก อยากได้อะไรก็จัดให้ได้หมด”
กู้สุยหยวนคีบอาหารให้ ป้อนคู่ชีวิตหมาด ๆ ของตัวเอง รู้สึกแปลกใหม่ไม่น้อย
เซี่ยกู๋เสวียนไม่ได้ปล่อยตัวตามสบายเหมือนเขา ยังคงเกร็งอยู่มาก
กลัวเหลือเกินว่าตัวเองจะพูดหรือทำอะไรผิด แล้วทำให้กู้สุยหยวนรังเกียจ
แม่ของเขายังรอเงินสินสอดไปช่วยชีวิตอยู่ เขาต้องคว้าโอกาสครั้งนี้ไว้ให้ได้
ทั้งสองคุยกันเรื่อยเปื่อยเป็นระยะ
ระบบมองท่าทีอ่อนโยนเอาใจใส่ของโฮสต์ตัวเองอย่างประหลาดใจ อดจุ๊ปากไม่ได้
“โฮสต์ นี่กำลังจะไปจดทะเบียนกับตัวประกอบชายคนนี้แล้วเหรอ ไม่เร็วไปหน่อยหรือไง”
“ไม่อย่างนั้นล่ะ คนก็เป็นของฉันแล้ว ไม่รีบจดทะเบียนแต่งงาน จะปล่อยให้ยืดเยื้อไปทำไม”
กู้สุยหยวนเข้าใจดีว่าตัวประกอบชายนั้นลำบากแค่ไหน
“ถ้าฉันไม่รีบแต่งเขาเข้าบ้าน ไม่รู้ต่อไปจะมีเรื่องยุ่งยากอะไรตามมารอเขาอีกบ้าง”
“ทั้งโดนเพื่อนของตัวเอกเยาะเย้ย โดนคนอื่นที่ตามจีบตัวเอกกลั่นแกล้ง ถูกเอาสถานะตัวแทนมาทำให้เจ็บใจ หรือไม่ก็เจอเหตุไม่คาดฝันสารพัดจนร่างกายและจิตใจเหนื่อยล้า”
“ฉันจะหาเรื่องให้คนของตัวเองต้องทนทุกข์ไปทำไม”
“พอมีทะเบียนสมรส เขาก็เป็นคนรักของฉันอย่างถูกต้อง ใครกล้ารังแกหรือทำให้เขาไม่สบายใจ ฉันจะคอยดู”
ระบบพยักหน้าอย่างขอไปที
“เออ ๆ พูดถูกหมดเลย แล้วใครกันนะที่เคยพูดว่าจะไม่หาคู่ในโลกย่อยเด็ดขาด โอ้โห โดนตบหน้าเร็วจริง เพิ่งมาได้วันเดียวก็มีคู่แล้ว โฮสต์ เจ็บหน้าไหมล่ะ”
กู้สุยหยวนกลอกตาอย่างหมดคำพูด
“มันเหมือนกันที่ไหน เมื่อก่อนฉันเป็นตัวประกอบชาย ลืมตาขึ้นมาก็ต้องวนเวียนอยู่รอบตัวเอก ไม่ว่าทำอะไรสุดท้ายก็มีไว้ส่งเสริมตัวเอกทั้งนั้น”
“ฉันจะไปหาคู่ในโลกพวกนั้นน่ะเหรอ หึ ยังไม่ต้องพูดว่าคู่ของฉันจะเป็นของฉันจริงไหม หรือจะหนีไปหาตัวเอกจนสวมเขาให้ฉันหรือเปล่า แค่จะมีชีวิตถึงอายุสามสิบยังไม่ได้เลย ฉันจะไปทำให้คนอื่นเดือดร้อนทำไม”
“แต่ที่นี่ไม่เหมือนกัน ฉันจะมีชีวิตอยู่จนหมดอายุขัย ฉันต่างหากที่เป็นตัวเอก แล้วทำไมฉันจะหาคู่ไม่ได้ ฉันถูกทรมานมาตั้งหลายโลก จะหาความสุขให้ตัวเองบ้างไม่ได้หรือไง”
ระบบแบมือ
“ก็ได้ ที่พูดมาก็มีเหตุผล น่าเสียดายที่คู่ของนายไม่ได้ชอบนาย ชอบแต่เงินของนาย บางคนคงต้องพยายามให้มากหน่อยแล้วล่ะ”
กู้สุยหยวนไม่ใส่ใจสักนิด
“เงินเป็นของฉัน ถ้าคู่ของฉันชอบเงินของฉัน เขาก็ไม่มีทางทิ้งฉัน ส่วนจะชอบฉันหรือเปล่า สำคัญขนาดนั้นไหม ขอแค่เขาเป็นของฉันไปทั้งชีวิตก็พอแล้ว”
ระบบเถียงเขาไม่ชนะ จึงตัดการติดต่อทันที แล้วไปนั่งกินขนมพลางอ่านกลุ่มแชตของระบบ
เซี่ยกู๋เสวียนกินอิ่มแล้ว หันไปยิ้มหวานให้กู้สุยหยวนอย่างว่าง่ายน่ารัก
“ผมอิ่มแล้ว คุณอย่ามัวแต่ดูแลผมสิ กินเยอะ ๆ ด้วยนะ”
มื้อนี้ทำให้เซี่ยกู๋เสวียนได้สัมผัสกับความอ่อนโยนและความอดทนของกู้สุยหยวนอย่างแท้จริง
เขาไม่ประหม่าและระมัดระวังตัวเท่าตอนแรกแล้ว รอยยิ้มก็ดูจริงใจขึ้นอีกหลายส่วน
เมื่อเห็นลักยิ้มเล็ก ๆ สองข้างแก้มกับเขี้ยวเล็ก ๆ คู่นั้นตอนที่คู่ชีวิตยิ้ม กู้สุยหยวนก็แทบใจละลายเพราะความน่ารัก
ทำไมถึงมีผู้ชายที่น่ารักขนาดนี้ได้ เหมือนเจ้าชายน้อยในภาพการ์ตูน ทั้งงดงามทั้งประณีต
แค่ผอมไปหน่อย ถ้าเลี้ยงให้อ้วนขึ้นอีกนิด แก้มมีเนื้อเพิ่มขึ้นอีกหน่อยก็คงน่ารักกว่าเดิม
เจ้าของร่างเดิมคิดว่าเซี่ยกู๋เสวียนกับเฉินซูเหยียนคล้ายกันถึงห้าส่วน แต่ในสายตากู้สุยหยวน ทั้งคู่ไม่ได้เหมือนกันแม้แต่น้อย
เจ้าของร่างเดิมคิดว่าดวงตาใสสะอาดของเซี่ยกู๋เสวียนเหมือนเฉินซูเหยียนที่สุด อีกอย่างก็คือผมหยิกตามธรรมชาติที่นุ่มฟูเหมือนขนปุย
แต่ในสายตาของกู้สุยหยวน แววตาของเซี่ยกู๋เสวียนใสสะอาดจริง ๆ ส่วนเฉินซูเหยียนแค่เสแสร้ง
คนที่ยั่วยวนผู้ชายได้ตั้งแต่อายุสิบแปด จะหวังให้บริสุทธิ์ไร้เดียงสาสักแค่ไหนกัน
ก็มีแต่เจ้าของร่างเดิมที่ตาบอดเท่านั้นแหละถึงดูไม่ออก
ถึงได้คิดว่าเฉินซูเหยียนเป็นคนน่ารักใสซื่อไร้พิษภัยอะไรนั่นจริง ๆ
“ได้ ฉันกิน นายรออีกสักพักนะ เดี๋ยวกินเสร็จแล้วฉันจะอุ้มกลับไปพักผ่อน”
กู้สุยหยวนลูบผมนุ่มมือของเซี่ยกู๋เสวียน ยิ้มแล้วจูบลักยิ้มของเขา ก่อนจะเริ่มกินอย่างอารมณ์ดี
เซี่ยกู๋เสวียนเขินจนหน้าแดง พยักหน้าเบา ๆ พออีกฝ่ายเริ่มกิน เขาก็แอบมองหน้าตาของกู้สุยหยวน
เห็นอีกฝ่ายกินข้าวยังสง่างามขนาดนี้ ก็อดทอดถอนใจในใจไม่ได้
ประธานบริษัทหน้าตาดีขนาดนี้ พนักงานหนุ่มโสดในบริษัทจะตั้งใจทำงานกันไหวจริงหรือ ไม่แน่ว่าความคิดทั้งหมดคงบินไปหาเจ้านายคนนี้กันหมดแล้ว
ไม่รู้เลยว่าคนที่เขาถูกขอให้มาเป็นตัวแทนนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร ถึงทำให้ผู้ชายหล่อขนาดนี้คิดถึงมาหลายปี
คงต้องงดงามระดับเทพเซียนเลยกระมัง
