“จะเสียเวลาพูดกับพวกมันมากมายทำไม?”
“พวกนั่งทำงานในออฟฟิศนี่ ปกติเหิมเกริมกันสุด ๆ”
“ฉันว่าอัดสักยกให้หายแค้นก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
เรื่องแบบนี้โหลวกั๋วเฉียงไม่ชอบพูดให้มากความ
และนั่นก็ตรงกับใจหูจั้วพอดี
หูจั้วโบกมือ เหล่าพี่น้องที่ตามหลังมาไม่กี่คนก็แยกย้ายกันไปหาเป้าหมายทันที
พอจับตัวได้ ก็ลากไปยังห้องต่าง ๆ
ไม่นาน เสียงร้องโหยหวนหลายเสียงก็ดังขึ้นจากสำนักงานเยาวชนปัญญาชน
“พี่!”
เมื่อได้ยินเสียงร้อง หูชิงชิงก็ดูหวาดกลัวอยู่บ้าง แต่ที่มากกว่าคือความเป็นห่วง
ทำแบบนี้แล้วเธอสะใจก็จริง แต่ก็กลัวว่าจะสร้างปัญหาให้หูจั้วกับพวกเขา
“ไม่เป็นไร”
หูจั้วหันไปปลอบหูชิงชิง ก่อนพูดต่อว่า “พวกเรารู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา”
“ตีแค่จุดที่ทำให้เจ็บ ให้พวกมันจำไว้ก็พอ”
“ข้าวของก็ไม่ทุบ อย่างนั้นจะเข้าข่ายจงใจทำลายทรัพย์สินของทางราชการ”
พูดจบ หูจั้วก็ย่อตัวลงตรงหน้าผู้อำนวยการซุนที่นอนอยู่บนพื้น แล้วถามว่า “หายมึนหรือยัง?”
“หะ...หายแล้ว”
ผู้อำนวยการซุนแทบขวัญหนีดีฝ่อเมื่อเจอ ‘อันธพาล’ กลุ่มนี้ที่ลงมือทันทีโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
ยิ่งตอนนี้หูจั้วย่อตัวลงมา แรงกดดันจากท่าทางของเขาทำให้ผู้อำนวยการซุนพูดจาติดขัดไปหมด
“ดี”
“ข้าถาม เจ้าตอบ”
“ข้าไม่ชอบถามซ้ำ เพราะฉะนั้นเจ้ามีโอกาสตอบแค่ครั้งเดียว”
“เข้าใจหรือไม่?”
“ขะ...เข้าใจแล้ว”
ผู้อำนวยการซุนพยักหน้ารัวราวกับตำกระเทียม
“งั้นเล่าเรื่องโควตากลับเข้าเมืองของสหายหูชิงชิงให้ข้าฟังหน่อย”
“ข้าสงสัยอยู่เหมือนกันว่าพวกเจ้าจัดการกันยังไง”
