คำพูดของฟู่จิ่นหลานทำให้คนสกุลเวินทั้งหมดชะงักไปชั่วขณะ
“หา? เธอบอกว่าเธอคือเวินอี้?”
ทุกคนอุทานออกมาพร้อมกัน
พวกเขาไม่มีทางเชื่อเลยว่าสาวงามผู้สูงศักดิ์และเย็นชาตรงหน้าจะเป็นลูกสาวแท้ๆ เวินอี้ที่เคยขี้เหร่จนออกหน้าออกตาไม่ได้ของบ้านพวกเขาเอง
เธอเปลี่ยนไปมากมายขนาดนี้ได้ยังไง?
ทุกคนต่างจ้องมองเวินอี้ด้วยสายตาหนักอึ้ง
มีเพียงเวินเหยียน แววตาที่เต็มไปด้วยความไม่ยอม คับแค้นใจ และริษยา ปรากฏชัดจนแทบปิดไม่มิด
เงินนี่แหละหล่อเลี้ยงคนได้ดีที่สุด อีนังเด็กนี่ดูแลตัวเองให้ดูดีมีสง่าราศีขนาดนี้ได้ แสดงว่ามันต้องรวยมานานแล้ว
อีนังนี่ รวยมาตั้งนานแล้วแต่ดันไม่รู้จักยอมส่งเงินมาให้ทางบ้านก่อนบ้าง ทำให้พวกเขาต้องทนลำบากอยู่ตั้งหลายปี
ถ้าแกยอมส่งเงินมาให้บ้านเร็วกว่านี้ เวินสิงจะต้องมาจนต้องแต่งงานกับลูกจ้างชั่วคราวบ้านนอกอย่างนั้นหรือ!
ถ้าแกยอมส่งเงินมาให้บ้านเร็วกว่านี้ เวินเหยียนก็ไม่ต้องทนนั่งรถเมล์ไปกลับที่ทำงานทุกวัน ถ้าเธอมีจักรยาน ครอบครัวผอ.ห้างไป่โล่วก็คงไม่ดูถูกเธอแล้ว
ถ้าแกยอมส่งเงินมาให้บ้านเร็วกว่านี้ เขาสองคนที่เป็นพ่อแม่ก็ไม่ต้องไปเฝ้าประตูที่โรงงานรีดเหล็ก ฟู่จิ่นหลานก็ไม่ต้องถือไม้กวาดทำงานเป็นคนทำความสะอาดอยู่ที่ห้างไป่โล่วทั้งวัน
เวินอี้นั่งไขว่ห้างอย่างไม่แคร์สายตาใคร เธอเชิดริมฝีปากแดงระเรื่อขึ้น
“โอ๊ะ! ที่แท้พวกคุณยังจำฉันได้ด้วยเหรอคะ?”
เวินเหลียนเชิงตั้งสติได้เป็นคนแรก เขาส่งสายตาให้เวินสิง เวินสิงถกแขนเสื้อขึ้นแล้วเดินเข้ามาหาเวินอี้ด้วยท่าทางโมโห
“ให้ตายเถอะ หลายปีมานี้พวกเราไว้หน้าแกมากเกินไปแล้วใช่มั้ย?”
