เทียนกังและดาวดินที่ปรากฏตัวพร่างพราวชั่วขณะ ทำให้สีหน้าของหัวเทียนตูในไม่กี่วินาทีนั้นเปลี่ยนแปลงถึงขีดสุด ตกตะลึง มึนงง ไม่อาจเชื่อสายตา... ไปจนถึงดวงตาเปี่ยมพิศวง เขี้ยวเล็บสยอง และชวนน่าขยะแขยง
คนที่กดดันเขาไว้เหนือกว่ามาแต่ต้นจนจบ กลับเป็นผู้สืบทอดมหาโชคชะตาแห่งฟ้าดินเสียอย่างนั้นหรือ ในทางกลับกันตัวเขาเองกลับกลายเป็นเพียงตัวตลกน่าขันที่กระโดดโลดเต้น
"ข้าต่างหากคือผู้ที่ฟ้าลิขิต!" ดวงตาทั้งสองของเขาเพิ่มคราบแดงชาดขึ้นอีกระลอก พร้อมเสียงคำรามร้องไห้โหยหวนจากก้นบึ้งวิญญาณ ดุจสายฟ้าผ่ามิดฟ้า สะเทือนไปทั่วเก้าชั้นฟ้า
"ฆ่า!"
คำราม!
เสียงมังกรคำรามดังกึกก้อง มังกรมารสีเลือดร่างใหญ่โตดั่งขุนเขาตวัดพุ่งทะยานขึ้นฟ้าจากภายในร่างเขา ท่ามกลางแสงฟ้าแลบฟ้าผ่า
"ไม่ตายไม่เลิก!" ฉู่เซียวรุกแรงยิ่งกว่า สะบัดแขนเพียงครั้งเดียว ก็ดึงชีพจรวิญญาณปฐพีออกจากแหวนหมึก
อีกครั้ง นางใช้ชีพจรวิญญาณเป็นอาวุธ พลางหอบพลังมหึมาอันกว้างใหญ่สุดจะประเมิน ฟาดสับมังกรมารสีเลือดจนแบนราบ
เฮือก!
หัวเทียนตูพ่นเลือดกระจาย สะบัดพลิ้วตัวผ่านอวกาศไปแปดพันจั่ว ร่างอันเกรี้ยวกราดของร่างเทพมังกรแทบแตกสลายจนราบคาบ
นับแต่วินาทีนั้นเป็นต้นมา เขาก็ยืนหยุดไม่อยู่อีกแล้ว ไม่อาจต้านความรุ่งเรืองของชีพจรวิญญาณ ยิ่งสู้รบกับการถล่มทลายของฉู่เซียวไม่ไหว เหลือเพียงเสียงคำรามบ้าคลั่งก้องหูก้องฟ้า
"อือ?"
องครักษ์มังกรตาม่วงที่กำลังรบรากับผู้เฒ่าเทียนอยู่ เงยหน้าหันขวับ เธอไม่ได้หูหนวก ผู้มีชะตาฟ้าลิขิตร้องทุกข์น่าสมเพชเพียงนั้น เธอจะไม่ได้ยินได้อย่างไร?
ก็เพราะได้ยินเช่นนั้น นางจึงรู้สึกสะเทือนใจยิ่ง นั่นคือร่างเทพมังกรที่บำเพ็ญถึงขั้นที่เจ็ดแท้ ๆ ที่ล่วงเลยการเปลี่ยนแปลงเป็นพลังอมตะมานาน แท้ทว่ายังเสียทีให้ศิษย์ของท่านปราชญ์
ต้องรู้ไว้ว่า ก่อนที่ฉู่เซียวจะมาถึง ยังเพิ่งปะทะเลือดเนื้อกับเธอมารอบหนึ่ง บาดเจ็บสาหัสมาแต่ไหนแต่ไร ศัตรูได้ใจ ฝ่ายบาดเจ็บถอยลง กระนั้นยังสู้ไม่ได้อีกเชียวหรือ?
