“ตาข้าไม่พลาดใช่ไหม! ฉู่เส้าเทียน?”
“กล้าออกมาเดินเล่นกลางวันแสก ๆ โดยไม่แต้มแต่งอะไรเลย”
“ด้วยพลังฝีมือระดับนั้น เขาจำเป็นต้องปลอมตัวทำไม”
วันนี้เมืองโบราณไจซิงคึกคักผิดปกติ บนถนนกว้างผู้คนฮือฮากันทั่ว เสียงถอนใจ เสียงส่าหัว เสียงทึ่ง เสียงตกตะลึง สารพัดอารมณ์สารพัดน้ำเสียงมีกันครบ
ทั้งหมดก็เพราะในเมืองได้มีผู้มีชื่อเสียงคนหนึ่งมาเยือน กำลังแทะแตงโมอย่างสบายอารมณ์ เดินเล่นตามถนนอยู่ตรงนั้น เป็นครั้งคราวก็แวะหยุดหน้าแผงลอย คัดสินค้าเลือกสรรอยู่พักหนึ่ง
โจรผู้ยิ่งใหญ่แห่งต้าฉินอันดับหนึ่ง ฝีมือสูงจิตกล้า ก็คงเป็นแบบนี้แหละ ไปที่ไหนก็เป็นที่จับตามองของคนทั้งหลาย แลท่าทีของเขาในสายตาผู้คน ช่างเหมือนมนุษย์ศักดิ์สิทธิ์
อาชญากรถูกตามหาทั้งหลาย ต่างวิ่งหนีให้ไกลที่สุด ซ่อนตัวกันแนบแน่นราวกัน แต่ผู้เดียวที่แตกต่างเลิศลอย เกรงว่าคนอื่นจะไม่พบตน จึงออกมาอยู่กลางด้นเอง
ภาพเช่นนี้ บางคนถึงกับปวดฉี่ เพราะนับตั้งแต่วันถูกตามหาเป็นอาชญากร ทุกคราที่ศิษย์ของท่านปราชญ์ปรากฏตัว ไม่เคยเว้นจากการก่อเรื่อง
จับคนเป็นตัวประกัน
งัดคลังสมบัติ
ปล้นร้านค้า
ล้วนเป็นฝีมือของเขาทั้งนั้น
บังเอิญเสียจริง ในเมืองนี้ก็มีกิจการมากมายเป็นของราชครูบางท่าน ด้วยนิสัยแค้นนิดเดียวตอบสนองเป็นร้อยของเขา เกรงว่าคงจะมีการกวาดล้างครั้งใหญ่
ความจริงพวกเขาคิดมากไปเอง คุณชายฉู่น้อยวันนี้ไม่มีแววคิดปล้นบ้านชิงทรัพย์แต่อย่างใด มาเดินเล่นเท่านั้นเอง แถมยังมาลิ้มรสความอร่อยของเมืองโบราณไจซิงอีกต่างหาก
นั่นไง เขาเดินส่ายไหล่เข้าไปในตึกสุราหลังหนึ่ง จนคนทั้งตึกตกใจลุกพร้อมกัน มีบางคนถึงกับอยากสะบัดขาวิ่งหนี
"ท่า...ท่านน้อย พวกข้าประกอบกิจการสุจริตนะ" เจ้าของตึกสุราเดินเข้ามาก้มหัวโค้งคำนับ ใบหน้ายิ้มแต้
ดูซิ
นี่คือชื่อเสียงที่สั่งสมมา
ศิษย์ของท่านปราชญ์เป็นลูกค้าประจำร้านของผู้อื่น มาเมื่อไรก็ปล้น ปล้นเสร็จก็หนี เกรงว่าเขาจะถือว่าตึกสุราหลังนี้เป็นกิจการของศัตรูเสียแล้วกระมัง
