เจิงเซิงเดินบนเส้นทางเอาชีวิตรอดมาได้หนึ่งเดือน ปกติตอนกลางวัน ถนนทั้งสองข้างจะมีหมอกหนาสีขาว ส่วนกลางคืนก็เป็นจันทร์สีแดง มืดจนน่ากลัว
โดยปกติแล้ว นอกเหนือจากถนนใต้ฝ่าเท้า บริเวณโดยรอบแทบมองไม่เห็นอะไรเลย
แต่ตอนนี้ กลับมีต้นไม้ต้นหนึ่งปรากฏขึ้นในม่านหมอกหนาริมทาง ดูเข้ากับสภาพแวดล้อมรอบตัวไม่ได้อย่างสิ้นเชิง
เมื่อมองดี ๆ หมอกขาวรอบต้นไม้พลันเลือนรางจางหาย ศพใต้ต้นไม้ต้นนั้นราวกับถูกอะไรบางอย่างกัดกินเนื้อหนังจนหมดสิ้น เหลือเพียงเสื้อผ้าและโครงกระดูกเคว้งคว้าง
โครงกระดูกนั้นอยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้ ดูลี้ลับน่าขนลุกอย่างที่สุด
ข้าง ๆ ศพนั้น มีกระเป๋าปีนเขาใบใหญ่สองใบกองอยู่บนพื้น อัดแน่นเสียเต็มที่
ปากกระเป๋าเปิดออก มองเห็นอาหารกองกระจายอยู่ระเกะระกะ ทั้งบิสกิตนานาชนิด ช็อกโกแลต เครื่องดื่ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ผลไม้…
แม้กระทั่งบนหลังของศพ ยังมีปืนล่าสัตว์รุ่นเก่าอีกหนึ่งกระบอก
อาหาร น้ำ แล้วก็ปืน!
ของดีทั้งนั้น!
……
นี่น่าจะเป็นศพของผู้รอดชีวิตคนหนึ่ง เป้เต็มไปด้วยเสบียง แล้วเสียชีวิตอย่างกะทันหันที่ข้างทาง
แล้วศพก็อยู่ใกล้ถนนมาก จุดที่เสบียงในเป้กระจาย ที่ใกล้ที่สุดห่างจากถนนไม่ถึงหนึ่งเมตร เกือบแค่ยื่นมือไปก็ไขว่คว้ามาได้
ความโลภเริ่มแพร่กระจายในกลุ่มคน ในทีมมีหลายคนที่หิวมานานมาก ถึงขั้นใกล้เอาชีวิตไม่รอดอยู่แล้ว
“อาหารตั้งเยอะ ก็อยู่ข้างทางนี่ คุณพวกไหนจะไปเอา”
“ยังมีเนื้อกับผลไม้อีกนะ ใหญ่มากขนาดนี้ ประหยัด ๆ หน่อย ก็กินได้อีกอย่างน้อยหนึ่งเดือน”
“แต่เมื่อกี้หัวหน้าทีมก็เตือนแล้วนี่ ว่าจะออกนอกเส้นทางเอาชีวิตรอดง่าย ๆ ไม่ได้”
“อาถรรพ์ ถ้าบังเอิญเจออาถรรพ์เข้าจะทำยังไง”
“ก็อยู่ข้างทางนี่นา แค่เดินออกนอกถนนไม่กี่วินาที คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง”
ในฝูงชน เจิงเซิงมองศพข้างทาง สายตาจับจ้องปืนที่อยู่บนหลังศพอย่างไม่วางตา
อาหาร ตอนนี้เขายังประทังไปได้ แต่ว่าปืนล่าสัตว์นั่นมันเป็นของหายาก ถ้าในวันสิ้นโลกมีปืนสักกระบอกไว้ในมือ ยามคับขันอย่างน้อยก็มีโอกาสรอดชีวิตได้แปดส่วน
อีกอย่าง เขาเพิ่มแต้มได้ สามารถเสริมความแข็งแกร่งให้เจ้าปืนล่าสัตว์รุ่นเก่านี้ได้เต็มที่ กลายเป็นอาวุธสังหารอันทรงพลังของตน
ทว่า…
แววตาโลภนั้นวูบผ่านเพียงชั่วครู่ เจิงเซิงก็ค่อย ๆ ถอยไปด้านหลังทุกคนอย่างระมัดระวัง
ผิดปกติ!
ทำไมในเป้ยังมีผลไม้สดอีกล่ะ
ศพนี้ไม่รู้ว่าตายมานานแค่ไหนแล้ว ในเป้ถึงมีผลไม้สด ๆ แล้วทำไมไม่เน่าเสีย
ตามปกติแล้ว ผลไม้ที่อยู่ข้างศพจะยิ่งเน่าเร็ว ไม่น่าสดใหม่ยั่วยวนใจได้ถึงเพียงนี้
เจิงเซิงก้มหน้ามองเสี่ยวเฮยจื่อข้าง ๆ อีกครั้ง ก็เห็นว่าเสี่ยวเฮยจื่อก็ไม่เหมือนกับตอนปกติ หูตั้งขึ้น ทำท่าเตรียมจู่โจม ราวกับว่ามีอะไรน่าสะพรึงกลัวแฝงอยู่ในฝูงชน
“ระบบ เสริมกระดูกโครงนี่ต้องใช้แต้มเอาชีวิตรอดเท่าไหร่”
เจิงเซิงท่องในใจ ในสมองก็ดังเสียงแจ้งเตือนขึ้นอย่างรวดเร็ว
【ต้องการใช้แต้มเอาชีวิตรอด 108,000 แต้ม เพื่อเสริมพลังอาถรรพ์ข้างทางหรือไม่】
หนึ่งแสน…แปดพัน…แต้มเอาชีวิตรอด? เจิงเซิงสูดลมหายใจลึก
นี่มันสัตว์ประหลาดอะไรกัน! ถึงต้องใช้แต้มเอาชีวิตรอดมากมายขนาดนี้
เจิงเซิงกลั้นความสั่นไหวของร่างกาย พยายามกดทับความหวาดกลัวในใจ แล้วหมุนตัวจากไปเงียบ ๆ โดยไม่รบกวนผู้ใด
วิ่ง!
ไม่วิ่งตอนนี้ ตายแน่!
ในจังหวะที่เจิงเซิงกำลังถอยหนี พวกที่อ้อยอิ่งอยู่ในฝูงก็ตัดสินใจได้ในที่สุด
“พวกคุณไม่ไป ฉันไป ฉันไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้ว ยังไงก็ต้องอดตายช้าหรือเร็ว พนันสักตั้ง”
“ฉันก็ไป กล้าได้กล้าเสียถึงจะรวย ขี้ขลาดก็อดตาย ก็อยู่ข้างทางนี่นา ถ้าพลาดคราวนี้ก็ไม่มีโอกาสอีกแล้ว”
พอมีคนเริ่ม คนที่ลังเลอยู่ก่อนหน้านี้ก็เริ่มใจเต้นพล่านอยู่ภายใน ในชั่วพริบตาก็มีสิบกว่าคนลุกขึ้นยืน
ในฝูงชน ป้าที่ขายตัวก่อนหน้านี้ก็มองเสบียงข้างศพด้วยสายตาโลภเช่นกัน แล้วก็ดันคุณลุงข้าง ๆ ทีหนึ่ง
“ตาเฒ่า รีบไปสิ เดี๋ยวแย่งไม่ทัน!”
“แค่แย่งอาหารกับน้ำมาได้ก็พอ คืนนี้ฉันปรนนิบัติแกอย่างดีเลยนะ แกไม่อยากลองนี่ดูหรือไง”
ป้าว่าพลาง ชี้ไปที่ปากกว้างของตัวเอง แถมยังส่งสายตาให้อีก
พอถูกดันขึ้นมา คุณลุงก็ไม่ได้ถอยหลัง เพราะเดิมทีตัวเขาเองก็ตั้งใจจะไปเหมือนกัน
เขาอายุ 59 ปีนี้ เกษียณเร็ว ก็เลยออกกำลังกายในสวนทุกวัน เป็นคุณลุงนักออกกำลังชื่อดังในสวน ที่เล่นท่ากงล้อไฟสะบัดสะบั้งบนราวเดี่ยวได้
เขามั่นใจว่าสภาพร่างกายไม่ด้อยกว่าคนหนุ่มสาวเลยด้วยซ้ำ!
อาหารเหลือไม่มากแล้ว และต้องเลี้ยงถึงสองคน โอกาสนี้เขาต้องคว้าเอาไว้ให้ได้
ไม่นาน คุณลุงและคนทั้งสิบกว่าคนก็มายืนอยู่ที่ขอบทาง มีทั้งชายหญิง ล้วนเป็นพวกที่หิวจนแทบคลั่ง
ทุกคนก็คาดเดาได้ว่ามีอันตราย แต่คนมากมายขนาดนี้ ถ้าเกิดเจออาถรรพ์เข้าจริง ๆ ก็แค่ให้ตัวเองวิ่งเร็วกว่าคนอื่น ก็ไม่จำเป็นต้องตาย
อีกอย่าง ใกล้ขนาดนี้ แค่เมตรเดียว…ขอให้มือไวหน่อย ก็จะรีบวิ่งกลับเข้าเส้นทางเอาชีวิตรอดได้ทันที…คงไม่เป็นไรหรอก…
หันกลับมามองกลุ่มคนที่คลุ้มคลั่งกันแล้ว เจิงเซิงไม่ลังเลเลย พาเสี่ยวเฮยจื่อออกวิ่งอย่างบ้าคลั่งต่อไป
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากช่วยคน แต่เป็นเพราะอาถรรพ์น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้ เขาก็เป็นครั้งแรกที่เจอเช่นกัน
ถ้าเมื่อครู่ยืนขวางห้ามทุกคนไว้ หากพลั้งพลาดไป อาถรรพ์ก็จะกินเขาเป็นรายแรก
อีกอย่าง หลายคนอดอยากกำลังจะตายอยู่แล้ว ต่อให้เขาห้ามไป พวกเขาก็ยังจะพนันเอาอยู่ดี
“ทุกคนพุ่งไปพร้อมกันเลย ใครแย่งได้ก็ของคนนั้น”
ไม่รู้ใครร้องเบา ๆ ทีหนึ่ง คนทั้งสิบกว่าก็บ้าคลั่งพุ่งเข้าใส่ศพโครงกระดูกข้างทาง
อยู่ห่างจากเส้นทางเอาชีวิตรอดแค่เมตรเดียว ขอให้มือไวหน่อย แค่ไม่กี่วินาที ก็เสร็จแล้ว
ในจังหวะที่ทุกคนทะลักออกจากถนน
ทันใดนั้นเอง
หมอกหนาทึบรอบศพก็พลันกระจายออก ร่างศพเกลื่อนพื้นโผล่ให้เห็น ครอบคลุมพื้นที่หลายสิบเมตร
ศีรษะ แขนขาที่เน่าเปื่อย ไส้ส่งกลิ่นเหม็นสาบ ผม ลูกตา…ทุกสิ่งล้วนปะปนคนให้เข้ากัน!
ที่แท้ เสบียงเหล่านี้กลับถูกกองไว้บนภูเขาซากศพ!
บางคนตกใจจนตะลึงยืนแข็งขาสั่น แต่คนส่วนใหญ่เหมือนลูกธนูบนสายธนู กลับหัวไม่ได้แล้ว
อาหารอยู่แค่เอื้อม ขอแค่ไม่กี่วินาที ไม่กี่วินาทีก็พอ!
ในวินาทีที่บางคนในฝูงคว้าจับเสบียงบนพื้น ศพที่นั่งพิงต้นไม้มาโดยตลอดก็พลันเงยหน้าขึ้น เบ้าตากลวงโบ๋เหมือนหลุมดำ จ้องเขม็งไปยังฝูงชน
กระแสไอเย็นเยียบปกคลุม หมอกดำเหมือนโคลนตมซึมซ่านจากซากศพ ชั่วขณะที่ข้างหูทุกคนพลันดังเสียงวิญญาณคนตายโหงนับไม่ถ้วนร้องครวญครางด้วยความทรมาน
เห็นแต่เพียงศพโครงกระดูกอ้าปากกว้างขึ้นฉับพลัน คางยื่นตกลงมาถึงหน้าอกอย่างเกินจริง แขนซีดขาวนับไม่ถ้วนพรั่งพรูราวกับหนอนเน่าดิ้นกระแด่ว ๆ ออกมาจากปากอย่างบ้าคลั่ง แน่นขนัดเป็นพืด นับได้เป็นร้อย ๆ
ชั่วพริบตาเดียว บริเวณโดยรอบก็ถูกแขนซีดขาวเหล่านั้นคลุมทับอยู่ทั่วไปหมด บนท้องฟ้าเบ่งบานเป็นดอกไม้หนวดสัมผัสประหลาดลี้ลับดอกหนึ่ง เหมือนปลาหมึก แล้วก็เหมือนดอกทานตะวันดอกหนึ่งที่ต่อขึ้นจากชิ้นส่วนศพ
เมื่อเห็นภาพหลุดโลกเช่นนี้ คนที่กำลังฉกชิงเสบียงก็ควบคุมความหวาดกลัวในใจไว้ไม่อยู่อีกต่อไป เริ่มวิ่งเข้าหาเส้นทางเอาชีวิตรอดอย่างบ้าคลั่ง
“อาถรรพ์! อาถรรพ์จริง ๆ!”
การอยู่บนเส้นทางเอาชีวิตรอดมายาวนาน ความหิวโหยดูเหมือนจะทำให้พวกเขาลืมเลือนความน่าสะพรึงกลัวนอกเส้นทางไปเสียสนิท จนบัดนี้ ความทรงจำอันน่าสยดสยองต่ออาถรรพ์จึงได้หลั่งไหลท่วมท้นเข้ามาดุจกระแสน้ำ
อาถรรพ์! ที่แท้ก็น่าสะพรึงกลัวปานนี้!
เพียงชั่วลมหายใจเดียว ก็มีคนถึง 6 คนถูกแขนซีดขาวนับไม่ถ้วนปิดทับ ซ้อนกันเป็นชั้น ๆ เมื่อฝ่ามือนับไม่ถ้วนปิดทับทั่วทั้งใบหน้า ทั้ง 6 คนก็อยู่ในความหวาดกลัวขั้นสูงสุด ถูกค่อย ๆ ลากเข้าไปในความมืด
“ช่วยฉันด้วย! ช่วยฉันด้วย!”
ไกลออกไป
เจิงเซิงเห็นภาพหลอกหลอนเช่นนั้น ก็หันตัววิ่งเร็วยิ่งกว่าเดิม
“บัดซบ เสี่ยวเฮยจื่อ จะเห่าอะไรอีก วิ่งเร็วเข้า!”
เสี่ยวเฮยจื่อเห็นอาถรรพ์ก็ยังคงแยกเขี้ยวยิงฟันใส่อสูรร้ายตนนั้น ขนดำทั่วร่างลุกชัน เห่าไม่หยุด พอสิ้นเสียงเจ้าของหันกลับไปมอง
เจ้าของวิ่งไปไกลลิบแล้ว
“โฮ่ง ๆ…”
เสี่ยวเฮยจื่อร้องอย่างน้อยใจสองที หนีบหาง รีบวิ่งตามไป
