ฟู่สือเหิงได้รับโทรศัพท์จากบอดี้การ์ดกะทันหัน ก็รู้ทันทีว่าเกิดเรื่องขึ้น เขาคว้าโทรศัพท์แล้วลุกเดินออกไปด้านนอก
เฉิงหลินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะได้สติทันทีและเอ่ยขึ้นว่า “ทุกคนแยกย้ายกันก่อน เลื่อนการประชุมออกไป”
พูดจบ เขาก็รีบตามออกจากห้องประชุมไป
อวิ๋นชิงนอนพักอยู่บนโซฟาในห้องทำงาน ตอนนี้เธอเริ่มดีขึ้นแล้ว เพียงแต่ใบหน้ายังดูซีดเซียวมาก
เมื่อเห็นฟู่สือเหิง เธอก็ยื่นมือทั้งสองข้างออกไปอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ อยากให้เขากอด “พี่สือเหิง...”
สีหน้าของฟู่สือเหิงมืดครึ้ม รัศมีรอบตัวน่าหวาดหวั่น แต่ในแววตากลับมีความหวาดหวั่นหลงเหลืออยู่
เขาอุ้มเธอเข้ามาในอ้อมแขนอย่างอ่อนโยน แล้วถามเสียงเบาว่า “ยังไม่สบายอยู่ไหม?”
อวิ๋นชิงส่ายหน้า กอดเขาไว้แล้วเริ่มฟ้อง “หร่วนเว่ยเว่ยน่ารำคาญเกินไปแล้ว ทั้งที่ถูกไล่ออกไปแล้ว ยังจะตามตื๊อพี่อีก”
หร่วนเว่ยเว่ยที่ถูกบอดี้การ์ดลากกลับมาที่หน้าประตูอีกครั้งได้ยินคำพูดนั้น ก็เอ่ยขึ้นทั้งที่ดวงตาแดงก่ำว่า “คุณหนูเสิ่น ฉันบอกแล้วว่าฉันแค่อยากเจอคุณฟู่สักครั้ง ไม่ได้คิดจะตามตื๊อเขาเสียหน่อย อย่ากล่าวหากันไปเรื่อย... อึก...”
จู่ ๆ หร่วนเว่ยเว่ยก็เหมือนถูกบีบคอ จนพูดไม่ออก
อวิ๋นชิงที่ถูกวางกลับลงบนโซฟายังตั้งตัวไม่ทัน หันไปมองจึงพบว่าไม่ใช่แค่ดูเหมือนถูกบีบคอ แต่หร่วนเว่ยเว่ยถูกฟู่สือเหิงบีบคออยู่จริง ๆ
ฟู่สือเหิงเต็มไปด้วยไอสังหาร เขาบีบคอหร่วนเว่ยเว่ยแล้วกดเธอแนบกับกำแพงอย่างแน่นหนา ท่าทางราวกับตั้งใจจะบีบคอเธอให้ตาย
ใบหน้าของหร่วนเว่ยเว่ยบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด เส้นเลือดปูดโปนขึ้นมา
เธอยื่นมือไปแกะมือของฟู่สือเหิงออก แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็แกะไม่ออก จึงได้แต่ทุบตีสะเปะสะปะ หวังให้เขาปล่อยมือ น้ำตาไหลอาบหน้าอย่างควบคุมไม่ได้ ความรู้สึกเหมือนกำลังขาดอากาศทำให้เธอกลัวจนแทบขาดใจ