“คุณชายฉิน กาแฟของคุณค่ะ”
หร่วนเว่ยเว่ยวางกาแฟลงตรงหน้าฉินเหยียน พลางแอบเหลือบมองชายหนุ่มที่นั่งก้มหน้าอ่านเอกสารอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงาน
ชายหนุ่มมีรูปร่างหน้าตาโดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง เพียงมองแวบเดียวก็ทำให้คนละสายตาไปไม่ได้ แม้แต่นิ้วมือที่พลิกเอกสารก็ยังเรียวยาวงดงาม
สิ่งที่ทำให้ใจหวั่นไหวที่สุดคือบุคลิกของเขา ท่ามกลางความสง่างามสูงศักดิ์กลับเจือความสบาย ๆ อยู่เล็กน้อย ต่อให้กำลังทำงานก็ยังดูไม่ใส่ใจอะไรนัก
ในฐานะเลขานุการสำนักงานประธานบริษัท หร่วนเว่ยเว่ยรู้ดีว่าเขามีความสามารถในการทำงานสูงมาก ความไม่ใส่ใจที่เห็นจึงไม่ใช่เพราะไม่จริงจัง แต่เป็นเพราะเขาจัดการทุกอย่างได้อย่างคล่องแคล่ว
หร่วนเว่ยเว่ยเผลอใจลอย พอดึงมือกลับก็ทำกาแฟหกโดยไม่ตั้งใจ
เธอได้สติทันที สีหน้าเปลี่ยนไป รีบเก็บกวาดอย่างลนลาน “คุณชายฉิน ขอโทษค่ะ...”
ทันทีที่ถ้วยกาแฟคว่ำ ฉินเหยียนก็ออกแรงถีบพื้น เก้าอี้ใต้ตัวเลื่อนไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว กาแฟจึงไม่ได้กระเด็นเปื้อนตัวเขา
เมื่อเห็นหร่วนเว่ยเว่ยร้อนรนจนตาแดง ราวกับอีกเดี๋ยวก็จะร้องไห้ เขาก็ยิ้มปลอบ “ไม่เป็นไร ไม่ต้องรีบร้อน แค่เช็ดโต๊ะทำงานของประธานฟู่ให้สะอาดก็พอ”
ฉินเหยียนมีหน้าตาสุภาพ ยามยิ้มทำให้คนรู้สึกว่าเขาอ่อนโยน ความใจดีของเขาช่วยปลอบประโลมหร่วนเว่ยเว่ยที่กำลังวิตกกังวลได้เป็นอย่างดี
หร่วนเว่ยเว่ยถอนหายใจอย่างโล่งอก ทว่าวินาทีต่อมา ฟู่สือเหิงก็โยนเอกสารในมือลงบนโต๊ะอย่างแรง ก่อนเงยหน้าขึ้นปรายตามองอย่างเกียจคร้าน