เรื่องบางเรื่องพอเอามาเปรียบเทียบกันก็เห็นชัดขึ้น หากไม่มีคู่รักจากนิยายรักมาเทียบ ทุกคนอาจยังไม่รู้สึกว่าเฟ่ยเซียวเสแสร้งขนาดนั้น
อย่างไรเสีย ร่างกายไม่สบาย ไม่อยากพูด แถมอารมณ์ไม่ค่อยดี ก็พอเข้าใจได้
แต่ทั้งที่อวิ๋นชิงก็ไม่สบายเหมือนกัน ปวดท้องจนใบหน้าซีดเผือด ร้องไห้น่าสงสารแทบแย่ กลับยิ่งออดอ้อนซ่งเยี่ยนหลินมากกว่าปกติเสียอีก
ส่วนซ่งเยี่ยนหลินก็อดทนกับเธอเป็นพิเศษ ต่อให้อวิ๋นชิงเห็นภาพหลอน พูดจาเลอะเลือน เขาก็ไม่เคยทำเป็นส่ง ๆ
แม้แต่เรื่องที่ว่าตายแล้วจะฝังอยู่ด้วยกัน เขาก็ตอบอย่างจริงจัง ฟังแล้วรู้สึกว่าแค่เขารับปากว่าจะฝังอยู่ด้วยกัน ก็จะทำตามนั้นจริง ๆ
เมื่อหลีเมิ่งจือเผชิญกับความแตกต่างที่ชัดเจนเช่นนี้ ในใจก็รู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง
ก่อนหน้านี้ แม้เธอจะรู้สึกว่าความสัมพันธ์นี้ทำให้เหนื่อยอยู่บ้าง แต่ไม่เคยคิดจะยอมแพ้
เธอเข้าใจความลำบากของเฟ่ยเซียว คิดว่าเขาก็พยายามปกป้องเธออย่างเต็มที่ และพยายามเพื่อความรักครั้งนี้
แต่ตอนนี้เธอกลับเพิ่งตระหนักว่า เฟ่ยเซียวอาจไม่ได้รักเธอมากอย่างที่เธอคิด
บางครั้งที่เขาเย็นชาและทำท่าขอไปทีต่อเธอ บางทีอาจไม่ใช่เพราะเหนื่อยจากงานเกินไป แต่อาจเป็นเพราะรักไม่มากพอ
หลังจากทีมงานรายการเปิดคลิปวิดีโอไปสองสามช่วง ก็ปล่อยให้แขกรับเชิญทำกิจกรรมกันตามอัธยาศัย
ฉีเฟยยังเดินกะเผลกอยู่เล็กน้อย แต่กลับเสนออย่างกระตือรือร้นว่า “พวกเราไปเดินซูเปอร์มาร์เก็ตกันไหม? จะได้ซื้อวัตถุดิบทำมื้อกลางวันพอดี”
ดวงตาของอวิ๋นชิงเป็นประกาย รีบพยักหน้ารัว ๆ “ดีเลย ๆ!”
ซ่งเยี่ยนหลินยกมือขยี้ศีรษะเธอเบา ๆ พลางพูดว่า “เพิ่งหายดี กินของไร้ประโยชน์ให้น้อยหน่อย”
อวิ๋นชิงส่ายหัวจนมือเขาหลุดออก “ฉันแข็งแรงดีจะตาย!”