ทั้งสองเงียบใส่กันอยู่ครู่หนึ่ง ขณะที่อวิ๋นชิงกำลังจะเดินจากไป ในที่สุดหลีเมิ่งจือก็เอ่ยขึ้นว่า
“ฉันกับเฟ่ยเซียวโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก คบกันมาหลายปีแล้ว ความรักแบบเพื่อนวัยเด็กที่เติบโตมาด้วยกัน ใครฟังก็มักบอกว่าน่าอิจฉา แต่พอมาคิดดูให้ดี ฉันถึงเพิ่งรู้ว่าพวกเรากลับยิ่งห่างเหินกันขึ้นทุกที”
อวิ๋นชิงไม่คิดเลยว่าหลีเมิ่งจือจะจู่ ๆ มาพูดเรื่องความรักกับเธอ จึงอดงุนงงไม่ได้
เธอไม่รู้ว่าทำไมหลีเมิ่งจือถึงเลือกเธอเป็นคนรับฟัง
เธอดูเหมือนคนที่วิเคราะห์ปัญหาความรักเก่งนักหรือไง?
อีกอย่าง หลีเมิ่งจือพูดเรื่องนี้ต่อหน้ากล้องถ่ายทอดสด หรือว่าอยากเลิกกันแล้ว?
อ้อ จริงสิ! ยังถ่ายทอดสดอยู่นี่นา!
เธอควรพูดอะไรสักหน่อยไหม? ควรเกลี้ยกล่อมให้คืนดีหรือให้เลิกกันดี?
ถ้าพูดผิดขึ้นมา คนดูก็คงด่าเธอแน่เลยใช่ไหม?
อวิ๋นชิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดว่า “เฟ่ยเซียวดังขนาดนั้น คงยุ่งมากใช่ไหม? พวกคุณเจอกันน้อยลง แน่นอนว่าก็ต้องห่างเหินกันไป”
ฉันนี่อัจฉริยะตัวน้อยจริง ๆ!
พูดแค่ข้อเท็จจริง ไม่เชียร์ให้คืนดีและไม่เชียร์ให้เลิก
หลีเมิ่งจือรู้สึกว่าอวิ๋นชิงพูดมีเหตุผล แล้วก็ถามอย่างสงสัยว่า “ประธานซ่งน่าจะยุ่งกว่าเฟ่ยเซียวอีกนะคะ แล้วปกติพวกคุณอยู่ด้วยกันยังไง?”
อวิ๋นชิง: …
ปกติพวกเราสู้กันแทบเป็นแทบตาย จะพูดเรื่องนี้ได้ยังไง? แฟนคลับคู่จิ้นคงหนีกันหมดแน่ แล้วเธอก็จะกลับไปดังไม่ขึ้นอีกใช่ไหม?
อวิ๋นชิงครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว ก่อนตอบว่า “พวกเรากับคุณไม่ค่อยเหมือนกันค่ะ ซ่งเยี่ยนหลินเลิกงานแล้วก็ยังกลับบ้าน”