เฉินเหล่ยได้ยินเช่นนั้นก็อดตกใจไม่ได้ เจ้านายใหญ่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เหรอ?
เรื่องนี้เธอไม่รู้จริง ๆ แต่ดูจากสภาพเจ้านายใหญ่ตอนนี้แล้ว น่าจะไม่ได้รับบาดเจ็บ
เธอฝืนยอมรับเหตุผลของอวิ๋นชิง ไม่ได้ต่อว่าเธอมากไปกว่านี้ เพียงบ่นว่า “ต่อไปห้ามทำแบบนี้อีกนะ แล้วก็ขยับตัวได้แล้ว ต้องใช้พลังงานให้หมด!”
คุณหนูคนนี้ฝีมือการแสดงแข็งทื่อ ร้องเพลงก็เพี้ยน เต้นก็แขนขาไม่ประสานกัน นิสัยยังไม่ดีอีก ทั้งหยิ่งผยองและคิดว่าตัวเองฉลาด แถมยังหาเรื่องอยู่เรื่อย
สิ่งเดียวที่พอจะอวดได้ก็มีแค่ใบหน้ากับรูปร่าง จะปล่อยให้พังไม่ได้ ไม่อย่างนั้นคงหมดหวังจริง ๆ
อวิ๋นชิงทำหน้าเศร้าสลด ทำไมถึงมีร่างกายใจร้ายที่กินอะไรก็อ้วนได้ขนาดนี้นะ!
เฉินเหล่ยกลัวว่าเธอจะเชื่อถือไม่ได้ จึงหันไปกำชับซ่งเยี่ยนหลินอย่างจริงจัง “คุณซ่ง รบกวนให้คนช่วยจับตาดูเธอหน่อยนะคะ กลับบ้านแล้วอย่าให้แอบกิน วันนี้ห้ามกินอะไรอีกเด็ดขาด ปกติก็ต้องระวังด้วย กินให้น้อยลง ของที่ให้พลังงานสูงห้ามกินเด็ดขาด!”
อวิ๋นชิงหันไปมองซ่งเยี่ยนหลินตาม
ซ่งเยี่ยนหลินสบตาเธอแล้วกระตุกยิ้ม “ได้สิ กลับบ้านไปฉันจะให้คนยกซี่โครงหมูผัดเปรี้ยวหวาน หมูสามชั้นตุ๋น ขาหมูรสเผ็ด หม้อไฟเลือดหมู ผัดหม้อไฟหม่าล่า หมูผัดพริกเสฉวน และอีกสารพัดอย่างมาวางตรงหน้าฉัน ส่วนเธอให้กินแต่ผักต้ม”
“อ้อ ยังมีขนมหวานแสนอร่อยด้วย จะไม่ให้เธอกินเด็ดขาด”
อวิ๋นชิงกลืนน้ำลายแล้วกล่าวอย่างขุ่นเคือง “ซ่งเยี่ยนหลิน คุณใจร้ายเกินไปแล้ว!”
เฉินเหล่ย: …ฉันให้คุณช่วยจับตาดูเธอ ไม่ใช่ยั่วให้เธออยากกิน!
จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าเจ้านายใหญ่ไม่น่าไว้ใจยิ่งกว่าคุณหนูเสียอีก
เธอจึงหันไปบอกอวิ๋นชิงอีกครั้ง “จำไว้นะ! กินเพิ่มอีกคำเดียว ก็เท่ากับถอยห่างจากการโด่งดังไปอีกก้าว”