อวิ๋นชิงเหลือบมองเขาแล้วปลอบว่า “ยังมีเวลาอีกตั้งเยอะ ยังทันอยู่”
【หลีเมิ่งจือน่าจะรู้ตัวแล้วว่าคงแกะสลักแตงโมให้เป็นแมวน้อยไม่ได้ ดูท่าคงคิดหาวิธีอื่นแล้ว ไม่ถึงกับดันทุรังหรอกมั้ง!】
แต่แล้วเธอก็หน้าแตก หลีเมิ่งจือคิดจะดันทุรังจริง ๆ
เธอวางแตงโมที่แตกไว้ข้าง ๆ แล้วยกอีกลูกขึ้นมาวางบนโต๊ะ ก่อนหันไปพูดกับกล้องว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันแกะสลักแตงโม เลยยังไม่มีประสบการณ์ ควบคุมแรงมือได้ไม่ดีเท่าไร ครั้งนี้ฉันจะระวังให้มากขึ้น น่าจะไม่มีปัญหาแล้วละ”
ตอนนี้อวิ๋นชิงไม่ค่อยมีหวังกับหลีเมิ่งจือแล้ว แถมยังอดเสียดายแตงโมไม่ได้
เธอหันไปถามซ่งเยี่ยนหลินว่า “คุณไปซื้อแตงโมมาจากไหนเหรอ”
ความคิดของเธอเขียนอยู่บนหน้าอย่างชัดเจน
ซ่งเยี่ยนหลินเอ่ยอย่างใจเย็นว่า “เป็นแตงโมที่คุณลุงคนหนึ่งปลูกไว้ที่บ้าน เขาบอกว่ารอจนสุกเต็มที่ถึงค่อยเก็บ สดมาก ทั้งหวานทั้งฉ่ำน้ำ ถึงจะไม่ใช่พันธุ์พิเศษอะไร ก็น่าจะอร่อยอยู่”
จากนั้นเขามองท่าทางกระตือรือร้นของอวิ๋นชิง แล้วพูดอย่างเสียดายว่า “ตอนไปถึงเหลือแค่สองลูกพอดี”
ได้ยินอย่างนั้น อวิ๋นชิงก็รีบหันไปมองโทรศัพท์
เห็นหลีเมิ่งจือก้มตัวอยู่ในท่าทางประหลาด มือหนึ่งกดแตงโมไว้ อีกมือถือมีดปอกผลไม้แกะสลัก
บางทีเธออาจกลัวมีดบาดมือ มือที่กดแตงโมจึงอยู่ห่างจากจุดที่ลงมีดไปหน่อย ผลคือออกแรงผิดทิศทาง แถมยังยึดแตงโมไว้ไม่อยู่
มีดเพิ่งกดลงไป แตงโมก็ลื่นไถลจากโต๊ะ กลิ้งตุบ ๆ ลงไปบนพื้นดัง “เพียะ” แตกกระจายเป็นหลายชิ้นไม่พอ เนื้อแดงฉ่ำยังเปื้อนฝุ่นไปหมด