เหยียนหมิงเซวียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “พูดอะไรกันครับ คุณดูมีเรี่ยวแรงดีออก”
ถูกโต้กลับเช่นนี้ ผู้เฒ่าก็อดไม่ได้ที่จะโมโห
ทว่าเหยียนเฉินที่กำลังจูงอวิ๋นชิงเข้าบ้านกลับเอ่ยขึ้นก่อนว่า “คุณหมอสวี ช่วยตรวจร่างกายคุณปู่ให้ละเอียดหน่อยครับ”
พอเหยียนเฉินปรากฏตัว บรรยากาศก็ยิ่งคึกคักขึ้นไปอีก
บรรดาผู้เฒ่าที่คุณปู่เหยียนเชิญมาพากันยิ้มทักทายเขาอย่างเป็นมิตร เพื่อแสดงจุดยืนให้เหยียนเฉินรู้ว่าพวกเขาไม่ได้คิดจะเป็นปรปักษ์กับเขา
พวกเขานั่งดูเรื่องวุ่นวายนี้ด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วนมานานแล้ว จนแทบนั่งไม่ติด หากเหยียนเฉินมาช้ากว่านี้อีกหน่อย พวกเขาคงหาเหตุผลขอตัวกลับกันไปหมดแล้ว
ที่ผู้เฒ่าหลายคนมาถึงตระกูลเหยียนเอาป่านนี้ ก็เพราะแต่เดิมมีไมตรีกับคุณปู่เหยียนอยู่บ้าง จู่ ๆ คุณปู่เหยียนก็เชิญพวกเขามา แถมยังพูดราวกับว่านี่จะเป็นการพบกันครั้งสุดท้าย พวกเขาจึงเห็นแก่หน้าเขาและแวะมาเยี่ยมเยียน
ใครจะคิดว่าจะถูกหลอกใช้เข้าให้
พวกเขาไม่รู้เลยว่าคุณปู่เหยียนตั้งใจจะก่อเรื่องเช่นนี้ ไม่สนใจหน้าตาตัวเองแม้แต่น้อยจริง ๆ
ถ้ารู้แต่แรก พวกเขาไม่มีทางมาแน่
ใครจะอยากเข้าไปยุ่งเรื่องในครอบครัวคนอื่นโดยไม่จำเป็นกันล่ะ!
แถมยังเท่ากับล่วงเกินเหยียนเฉินจนหมดทางคืนดี สร้างศัตรูให้ลูกหลานในบ้านอีกต่างหาก แถมยังเป็นศัตรูตัวฉกาจเสียด้วย!
ผู้เฒ่าหลายคนต่างขุ่นเคืองอยู่ในใจ พวกเขาเห็นแก่ไมตรีเก่า ๆ แต่กลับถูกอีกฝ่ายฉวยใช้ประโยชน์
หลังเรื่องนี้ ไมตรีระหว่างพวกเขากับคุณปู่เหยียนก็คงสิ้นสุดลงแล้ว
ตอนนี้พวกเขาได้แต่หวังว่าเหยียนเฉินจะไม่ถือโทษพวกตน พวกเขาไม่ได้มาช่วยคุณปู่เหยียนออกหน้าให้จริง ๆ นะ!