อวิ๋นชิงกินไปพลางร้องเพลงไปพลาง ยังหาเวลาบอกลูกค้าด้วยว่าบัวลอยกับเหล้าหมักที่ใช้เป็นของจากซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้
เพราะการประชาสัมพันธ์ของเธอ ทำให้หลายคนที่เดิมไม่ได้คิดจะซื้อบัวลอยแช่แข็ง แถมยังไม่ค่อยชอบกินบัวลอยด้วยซ้ำ พอได้ลองกินบัวลอยที่พวกเขาต้มแล้ว ก็กลับไปซื้อกลับบ้านหนึ่งหรือสองห่อที่ซูเปอร์มาร์เก็ต แถมยังหยิบเหล้าหมักไปอีกขวดด้วย
บางคนเห็นเกี๊ยวแช่แข็ง ก็ถือโอกาสซื้อไปอีกห่อ
เจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตอดทอดถอนใจไม่ได้ว่า “เด็กคนนี้เหมือนแมวกวักจริง ๆ ทั้งน่ารัก ดูเป็นสิริมงคล แล้วยังเรียกทรัพย์อีก”
ซ่งเยี่ยนหลินบังเอิญได้ยินเจ้าของร้านพึมพำ จึงอดหัวเราะไม่ได้ ก่อนจะถูกอวิ๋นชิงยัดบัวลอยใส่ปาก
“อร่อยไหมคะ?”
บัวลอยแช่แข็งธรรมดาย่อมเทียบกับบัวลอยที่พ่อครัวในบ้านตั้งใจทำและคัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถันไม่ได้ แต่ซ่งเยี่ยนหลินกลับรู้สึกว่ารสชาติไม่เลวเลย หวานมาก!
เห็นเขาพยักหน้า อวิ๋นชิงก็ป้อนให้อีกลูก ก่อนจะยัดชามใส่มือเขาเสียเลย “คุณกินไปก่อนนะ ฉันไปช่วยอาจารย์ฟางหน่อย”
ฟางซีเหอยุ่งจนแทบไม่ไหวแล้ว อวิ๋นชิงจึงรู้สึกเกรงใจที่เอาแต่กินอยู่ตรงนี้
ในเมื่อซ่งเยี่ยนหลินบอกว่าจะไม่ลงมือช่วย ก็ให้เขากินไปพลางช่วยโฆษณาไปพลาง ส่วนเธอจะไปช่วยตักบัวลอย
ทว่า จู่ ๆ ลูกค้าหนุ่มที่เพิ่งมาถึงก็ถามว่า “บัวลอยของพวกคุณแพงมากหรือเปล่าครับ?”
อวิ๋นชิง: ???
เธอถามอย่างสงสัย “ไม่แพงนี่คะ ก็แค่บัวลอยแช่แข็งเอามาต้มเอง”
ลูกค้าคนนั้นเหลือบมองซ่งเยี่ยนหลินแล้วเกาหัว “อ้าว อย่างนั้นเองเหรอครับ ผมนึกว่าเป็นบัวลอยหายากอะไรเสียอีก”