“คุณฟู่ คุณรู้สึกผิดมากมาตลอดใช่ไหมครับ เพราะเกือบจะบีบคอน้องสาวตัวเอง?”
สีหน้าของฟู่สือเหิงหม่นหมอง “ใช่ครับ”
ทั้งที่เขาไม่อยากให้อวิ๋นชิงได้รับบาดเจ็บเลยสักนิด แต่สุดท้ายกลับทำให้เธอตกใจจนร้องไห้
“แล้วคุณก็ยังกังวลมากด้วยใช่ไหมครับ ว่าจะเกิดอารมณ์พลุ่งพล่านจนคิดทำร้ายน้องสาวอีก”
ฟู่สือเหิงยิ่งห่อเหี่ยว “ใช่ครับ”
เขาเกือบจะโมโหใส่อวิ๋นชิงอีกแล้ว ทั้งที่เคยรับปากไว้ชัดเจนว่าจะไม่มีครั้งหน้า จะไม่ทำร้ายเธออีก
เดิมทีฟู่สือเหิงตั้งใจมาพบแพทย์เอง เขาอยากแก้ปัญหา จึงให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีและพูดกับจิตแพทย์ก่อนว่า “ตอนนี้ผมยังไม่กล้าอยู่ใกล้เธอเกินไปเลยครับ กลัวว่าถ้าจู่ ๆ ถูกกระตุ้นจนคลุ้มคลั่งขึ้นมา เธอจะหนีไม่ทัน”
พูดถึงตรงนี้ เขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเอ่ยอย่างหงุดหงิดใจว่า “ทำไมผมถึงลืมไปได้นะว่าในสถานการณ์แบบนี้ ผมควรหาบอดีการ์ดให้เธอสักสองสามคนก่อน”
จิตแพทย์: ……ไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้นสักหน่อย! เชื่อในความเป็นมืออาชีพของผมบ้างได้ไหม!
เขาลอบถอนหายใจ แต่สีหน้ายังคงอ่อนโยนเป็นมิตร น้ำเสียงชวนให้ผ่อนคลาย “คุณฟู่ ปกติตอนอยู่กับน้องสาว คุณรู้สึกอย่างไรบ้างครับ?”
“แน่นอนว่ามีความสุขสิครับ น้องสาวผมน่ารักมาก เธอขี้กลัว เอาแต่ใจนิดหน่อย แต่ก็เชื่อฟังมาก……”
เขาพูดพร่ำไปเสียยืดยาว จนในที่สุดจิตแพทย์ก็อดขัดขึ้นมาไม่ได้
“ถ้าอย่างนั้น พอจะเล่าได้ไหมครับว่าน้องสาวทำอะไรผิด ถึงทำให้คุณโกรธขนาดนั้น จนถึงกับอยากบีบคอเธอ?”
ฟู่สือเหิงเหลือบมองอีกฝ่าย สีหน้าไม่พอใจ “น้องสาวผมไม่ได้ทำอะไรผิด!”