หลีเมิ่งจือลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเตือนว่า “ซูซู พวกเราไม่มีเงินซื้ออย่างอื่นแล้วนะ”
ไม่ใช่ว่าเธออยากทำลายบรรยากาศ แต่ตอนนี้พวกเขาขาดเงินจริง ๆ
ดูจากท่าทีที่ซ่งเยี่ยนหลินตามใจอวิ๋นชิง ถ้าอวิ๋นชิงอยากกิน เขาต้องซื้อให้แน่ แล้วอวิ๋นชิงก็กินเก่งมาก กินบัวลอยเสร็จ อีกเดี๋ยวพอเห็นของกินเล่นอย่างอื่นก็คงอยากกินอีก
เธอกลัวว่าเงินทุนของกลุ่มจะถูกอวิ๋นชิงกินจนหมดเสียก่อน
เธอไม่อยากต้องเดินกลับวิลล่าตอนท้าย เพราะระยะทางไกลมาก
ฟางซีเหอรีบพูดว่า “ไม่เป็นไรหรอก แค่บัวลอยชามเดียวเอง ซูซู กินเถอะ! เดี๋ยวพวกเราค่อยรับของมาขายน้อยลงหน่อยก็ได้”
ความหมายก็คือให้อวิ๋นชิงใช้เงินของกลุ่มตัวเอง
ช่างเถอะว่าเงินทุนจะเหลือเท่าไร ยังไงประธานซ่งก็ต้องทำให้พวกเขาหาเงินได้มากพออยู่แล้ว!
อวิ๋นชิงหันไปมองทั้งสองคนแล้วพูดว่า “ฉันไม่ได้จะกินนะ อาจารย์ฟาง กลุ่มเราจะขายบัวลอย คุณลืมไปแล้วเหรอ?”
ฟางซีเหอตบหน้าผากตัวเองเบา ๆ อย่างอดไม่ได้ มัวแต่จิ้นคู่รักจนเบลอไปแล้ว ลืมไปเสียสนิท!
กลุ่มของพวกเขาต้องขายบัวลอยจริง ๆ
“เพราะงั้น ที่คุณทำอยู่คือสังเกตแล้วเรียนรู้เหรอ?”
อวิ๋นชิงพยักหน้า “ฉันทำอาหารไม่ค่อยเป็น ถ้าทำกินเองก็พอถูไถได้ แต่ถ้าจะเอาไปขาย จะต้มไม่สุกหรือทำจนแตกไม่ได้หรอกนะ!”
ฟางซีเหอรีบขยับเข้ามาใกล้ “งั้นฉันเรียนด้วยคน”
เจ้าของร้านแผงลอย: ……
พวกคุณอยากเรียนฝีมือฉัน แล้วยังจะแย่งลูกค้าฉันอีก แต่กลับพูดออกมาต่อหน้าฉันแบบนี้เลยเหรอ?
ระหว่างที่อวิ๋นชิงกับฟางซีเหอยื่นหน้าไปตั้งใจเรียนรู้ ซ่งเยี่ยนหลินก็เริ่มคุยกับเจ้าของร้าน