บรรดาแขกรับเชิญได้สติกลับมา ก่อนรีบพยุงผู้บาดเจ็บทุกคนไปยังห้องรับแขก
ทีมงานรายการและเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์กรูกันเข้ามาทันที หลังตรวจดูจนแน่ใจว่าทุกคนมีเพียงบาดแผลถลอก ไม่ได้บาดเจ็บร้ายแรง จึงค่อยถอนหายใจอย่างโล่งอก
ทว่าเมิ่งเล่ออีกับฉีเฟยเห็นได้ชัดว่ายังตกใจอยู่ ตอนทำแผลทั้งคู่จึงยังมีท่าทีเหม่อลอยเล็กน้อย
ส่วนฟางซีเหอกลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาบอกเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ว่า “ผมไม่เป็นไร แผลเล็กน้อยเอง ขอแค่พลาสเตอร์ปิดแผลก็พอครับ”
หลังทำแผลเสร็จ เมิ่งเล่ออีถึงค่อยได้สติ รีบกล่าวขอโทษทุกคน
เมื่อเห็นเธอหน้าซีดเผือด คนอื่นก็ไม่สะดวกจะตำหนิ กลับปลอบเธอว่าเป็นแค่อุบัติเหตุ ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นหรอก
ถึงอย่างนั้น เมิ่งเล่ออีก็ยังกล่าวขอโทษฟางซีเหอกับฉีเฟยอย่างจริงจังอีกครั้ง
จากนั้นเธอก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่หยุนชิงอยู่ใกล้เธอมาก ทั้งยังสวมกระโปรงเหมือนกัน จึงอดถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้ว่า “หยุนชิง ไม่เป็นไรใช่ไหม?”
สายตาของเธอกวาดผ่านซ่งเยี่ยนหลินซึ่งยืนอยู่ข้างหยุนชิงพอดี เมื่อเห็นสีหน้าเย็นชาไร้ความห่วงใย แม้แต่ความใส่ใจแบบที่มีให้เพื่อนก็ไม่มี หัวใจก็อดรู้สึกผิดหวังขึ้นมาไม่ได้
หยุนชิงทำท่าราวกับกำลังคิดอะไรอยู่ พอได้ยินเมิ่งเล่ออีถามจึงได้สติแล้วตอบว่า “ฉันไม่เป็นไร ยังดีที่คุณซ่งไหวพริบดี ช่วยฉันไว้ทัน”
ขณะพูด เธอก็ล้วงหยิบอมยิ้มแบน ๆ ออกจากกระเป๋าใบใหญ่ด้านข้างกระโปรงยีนส์ บนกระดาษห่อมีรูปหน้ายิ้มขนาดใหญ่
เธอหันรูปหน้ายิ้มไปทางซ่งเยี่ยนหลินแล้วยื่นให้ “ขอบคุณนะคะ คุณซ่ง”
【ผู้ชายเฮงซวยนี่ไม่รู้โกรธอะไรอยู่ เห็นแก่ที่ช่วยฉันไว้ จะปลอบหน่อยก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้】
ซ่งเยี่ยนหลินชะงักไปเล็กน้อย ตอนนี้อารมณ์เขาไม่ค่อยดีจริง ๆ แต่เขาคิดว่าตัวเองไม่ได้แสดงออกมา ไม่นึกเลยว่าหยุนชิงจะดูออก
ดูท่ายัยบื้อนี่ก็ไม่ได้ไร้หัวใจขนาดนั้น