อวิ๋นชิงกับซ่งเยี่ยนหลินเพิ่งถ่ายรายการวาไรตี้เสร็จแล้วมาที่นี่ เวลาก็ล่วงเลยไปมากแล้ว แถมอวิ๋นชิงยังดึงซ่งเยี่ยนหลินไว้หน้าป้ายหลุมศพ คุยจ้ออยู่ตั้งนาน กว่าจะรู้ตัวท้องฟ้าก็มืดลง ทั้งสองจึงเตรียมตัวกลับ
พวกเขากลับไม่รีบร้อนสักนิด ไม่กลัวเลยแม้แต่น้อย
เมิ่งเล่ออีที่ยืนอยู่ท่ามกลางป้ายหลุมศพนับไม่ถ้วนกลับรู้สึกเย็นวาบไปทั้งแผ่นหลัง
เมื่อเห็นทั้งสองเดินจากไป เธอก็รีบตามไปห่าง ๆ ทันใดนั้นกลับมีใครบางคนเข้ามาปิดปากจากด้านหลังแล้วกดเธอลงกับพื้น
เธอตกใจจนหน้าซีดเผือด แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว มองไปยังทิศทางที่ซ่งเยี่ยนหลินกับอวิ๋นชิงจากไป พลางส่งเสียงอู้อี้ พยายามร้องขอความช่วยเหลือ
แต่ก่อนหน้านี้เธอกลัวทั้งสองจะจับได้ จึงอยู่ห่างออกมามาก เสียงแผ่วเบาที่เปล่งออกมาในตอนนี้ย่อมไปไม่ถึงหูของซ่งเยี่ยนหลินกับอวิ๋นชิง
กลับมีเสียงแหบพร่าที่เจือความคลุ้มคลั่งดังขึ้นข้างหูเธออย่างแผ่วต่ำ
“นังสารเลว! ยังคิดจะให้ซ่งเยี่ยนหลินมาช่วยอยู่อีกเหรอ? ทำไมแกถึงได้หน้าด้านขนาดนี้!”
“อุตส่าห์ติดตามแกมาตั้งนาน คิดว่าแกเป็นนางฟ้ามาตลอด เปย์จนหมดตัวเพื่อสนับสนุนแก สุดท้ายแกกลับเสนอตัวให้คนอื่นย่ำยี!”
ยิ่งพูดอีกฝ่ายก็ยิ่งตื่นเต้น น้ำเสียงเผยความคลุ้มคลั่งอย่างเห็นได้ชัด สภาพจิตใจดูไม่ปกติเอาเสียเลย
น้ำตาของเมิ่งเล่ออีไหลพราก ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
*
อวิ๋นชิงอารมณ์ดีมาก จูงมือซ่งเยี่ยนหลินเดินไปพลางฮัมเพลงเพี้ยน ๆ ในใจไปพลาง แต่เผลอเหยียบก้อนกรวดก้อนเล็กเข้า จนเกือบข้อเท้าพลิก
ซ่งเยี่ยนหลินรีบประคองเธอไว้ทันที “ระวังหน่อย เป็นอะไรหรือเปล่า?”