หลังจากชื่นชมเสร็จ อวิ๋นชิงก็เริ่มคิดตาม ก่อนถามว่า “ถ้าอย่างนั้นฉันกับอาจารย์ฟางต้องไปตั้งแผงขายของหน้าซูเปอร์มาร์เก็ตหรือคะ?”
ฟางซีเหอได้ยินแล้วคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบว่า “ก็ดีเหมือนกัน ถ้าขายหมดแล้วค่อยไปเอาของมาเติมก็สะดวก แต่เจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตจะยอมไหมนะ?”
อวิ๋นชิงโบกมือ “เรื่องไปเอาของมาเติมทีหลังยังไม่สำคัญเท่าไร ขอแค่แผงไม่อยู่ไกลจากซูเปอร์มาร์เก็ตมากก็พอ ที่สำคัญคือ อาจารย์ฟาง! พวกเราไม่มีเตากับหม้อเลยค่ะ!”
“ถ้าไปเช่า ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้น แถมพวกเรายังไม่คุ้นเคยกับที่นี่ จัดการอะไรก็ไม่สะดวก ทั้งยังเสียเวลาด้วย”
“เพราะงั้นพวกเราลองคุยกับเจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตดูสิคะ ว่าขอยืมเตากับหม้อของเขาได้ไหม”
“พวกเราขายบัวลอยของร้านเขา ก็เหมือนช่วยโฆษณาให้ด้วย ถ้าบัวลอยของเราอร่อย บางทีลูกค้ากินเสร็จแล้วอาจอยากซื้อกลับไปสักสองห่อ เอาไปต้มกินเองก็ได้!”
“อีกอย่าง ถ้าขายดี พวกเราก็จะซื้อของจากเขาต่อ แถมเรายังมาถ่ายรายการกันด้วย ถ้าเจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตไม่ใช่คนที่คุยยากเกินไป เขาน่าจะยอมค่ะ”
พูดจบเธอก็เสริมอีกประโยค “บางทีอาจยกเว้นค่าเช่าแผงให้ด้วยก็ได้นะคะ”
ฟางซีเหออดทำหน้าแปลกใจไม่ได้
เขาคิดมาตลอดว่าอวิ๋นชิงเป็นคนค่อนข้างซุ่มซ่าม ในหัวมีแต่เรื่องกิน เรื่องอื่นแทบไม่เอามาคิดให้เปลืองสมอง ไม่นึกเลยว่าเธอจะคิดได้ละเอียดขนาดนี้ แถมยังคำนวณทุกอย่างได้รอบคอบเสียด้วย!
เขามองซ่งเยี่ยนหลินทีหนึ่ง แล้วหันมามองอวิ๋นชิงอีกที จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าคำพูดที่ว่า “คนที่นอนอยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน ย่อมเป็นคนประเภทเดียวกัน” ช่างมีเหตุผลจริง ๆ
ทั้งสี่คนหาเจอซูเปอร์มาร์เก็ตเล็ก ๆ ในเวลาไม่นาน
ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้เล็กจริง ๆ ของที่ขายมีแต่ของใช้ประจำวันทั่วไป ชุดของขวัญอาหารเสริมราคาไม่แพง ขนม เครื่องดื่ม และอาหารแช่แข็ง