ฟู่สือเหิงยังคงเป็นห่วงเรื่องบอดี้การ์ด พอเห็นอวิ๋นชิงหลับสนิทแล้ว เขาก็กลับไปที่ห้องของตัวเอง
ที่จริงฟู่สือเหิงมีทีมบอดี้การ์ดอยู่แล้ว เพียงแต่ปกติเขาไม่ชอบพาบอดี้การ์ดติดตามไปทุกที่ หากจำเป็นจริง ๆ ถึงจะให้พวกเขาตามไปด้วย
เขาเลือกบอดี้การ์ดไว้สองคนตั้งแต่กลางดึก สั่งให้มารายงานตัวตอนเช้า พอจัดการเสร็จถึงค่อยวางใจขึ้นเตียงนอน
กลัวว่าอวิ๋นชิงจะมีเรื่องอะไรกลางดึก เขาจึงยังคงเปิดประตูห้องทิ้งไว้
ทว่าในห้วงกึ่งหลับกึ่งตื่น จู่ ๆ เขาก็รู้สึกเหมือนมีดวงตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้อง
ฟู่สือเหิงสะดุ้งตื่นทันที ท่ามกลางความมืดสลัว เขาเห็นเงาคนยืนอยู่ข้างเตียง จึงถอนหายใจโล่งอก ก่อนจะลุกขึ้นนั่งถามว่า “อวิ๋นชิง เป็นอะไรไป?”
อวิ๋นชิงทำเสียงออดอ้อนอย่างน่าสงสาร “ฉันตกเตียง แขนเจ็บค่ะ”
พอได้ยินเช่นนั้น ฟู่สือเหิงก็รีบเปิดไฟ พาเธอมานั่งข้างเตียง แล้วกวาดตามองแขนของเธอ “ตกลงมาได้ยังไง?”
อวิ๋นชิงก้มหน้าตอบ “ฝันร้ายค่ะ”
ฟู่สือเหิงตรวจดูอย่างละเอียด พบว่าข้อศอกข้างหนึ่งของเธอแดงนิดหน่อย เขากลัวว่ากระดูกจะบาดเจ็บ จึงค่อย ๆ บีบคลำอย่างระมัดระวัง พลางถามว่า “เจ็บไหม ขยับได้หรือเปล่า เจ็บตรงอื่นด้วยไหม?”
อวิ๋นชิงส่ายหน้า “ไม่เจ็บแล้วค่ะ ฉันไม่เป็นไร แค่กลัวนิดหน่อย ไม่กล้านอนแล้ว”
ฟู่สือเหิงถอนหายใจ ก่อนเลิกผ้าห่มขึ้น “ขึ้นมาสิ”
อวิ๋นชิงเงยหน้ามองเขา ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ แอบเม้มปากยิ้มเล็กน้อย จากนั้นก็ปีนขึ้นเตียงไปนอนข้างเขาอย่างว่าง่าย แล้วค่อย ๆ ยื่นมือไปจับชายเสื้อชุดนอนของเขาไว้