เหตุผลที่อวิ๋นชิงอยากไปก็เพราะในเนื้อเรื่องเดิม เสิ่นอวิ๋นชิงไปงานนี้ด้วยความยินดี
คนเหล่านั้นเป็นเพื่อนที่เธอกับฟู่สือเหิงรู้จักร่วมกัน เธอจึงค่อนข้างให้ความสำคัญกับพวกเขา
อีกอย่าง เธอจากไปถึง 4 ปี พอกลับมาแล้ว ย่อมต้องรู้สึกห่างเหินกับฟู่สือเหิงอยู่บ้าง
เธอแทบรอไม่ไหวที่จะอาศัยคนและสิ่งของรอบตัวที่เคยคุ้นเคย เข้ามาร่นระยะห่างที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับฟู่สือเหิงเพราะกาลเวลา และปลุกความทรงจำแสนงดงามเกี่ยวกับเธอในห้วงความคิดของเขาให้กลับคืนมา
แม้ตอนนี้งานเลี้ยงต้อนรับจะช้ากว่าในเนื้อเรื่องเดิมไปครึ่งเดือน แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับฟู่สือเหิงก็ใกล้ชิดกันมากพอแล้ว
ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังต้องแสดงให้เห็นว่าให้ความสำคัญกับงานนี้
*
ตอนอวิ๋นชิงกับฟู่สือเหิงมาถึง คนอื่น ๆ ก็มากันครบแล้ว
ปกติคนกลุ่มนี้มักเฮฮากันไม่ค่อยมีระเบียบ แต่ครั้งนี้กลับไม่ทำอะไรเลยเถิด คนแปดเก้าคนนั่งเล่นเกมจริงหรือกล้าอย่างเป็นระเบียบอยู่ในห้องส่วนตัว
พอเห็นอวิ๋นชิงกับฟู่สือเหิงเดินเข้ามา ทุกคนก็ส่งเสียงโห่แซวกันทันที
“ตัวเอกของงานเรามาแล้ว รีบมานั่งเร็ว!”
“ในที่สุดอวิ๋นชิงก็กลับมาแล้ว พี่ฟู่รอจนฟ้าเปิดเห็นจันทร์กระจ่างเสียทีนะ!”
พูดพลางก็ขยิบตา ส่งสายตากรุ้มกริ่มให้คนอื่น ๆ มองมือของฟู่สือเหิงที่โอบเอวอวิ๋นชิงอยู่
ฟู่สือเหิงปรายตามองอย่างไม่สบอารมณ์ “มองอะไรกัน?”
คนคนนั้นรีบชักสายตากลับ ก่อนยิ้มทะเล้น “พี่ฟู่ พวกเราดีใจกับพี่ต่างหาก!”
ฟู่สือเหิงไม่สนใจเขา พาอวิ๋นชิงไปนั่ง แล้วโน้มหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูเธอ “ถ้าไม่สนุกก็บอกพี่นะ เรากลับบ้านกัน”
อวิ๋นชิงพยักหน้า “ได้ค่ะ”
ฉินเหยียนเดินเข้ามานั่งใกล้ ๆ ยื่นแก้วเหล้าให้ฟู่สือเหิง จากนั้นก็ยิ้มให้อวิ๋นชิง “อวิ๋นชิงอยากดื่มอะไร บอกพี่สิ เดี๋ยวพี่สั่งให้”