เกือบไปแล้ว เกือบพูดสิ่งที่คิดในใจออกมาแล้วเชียว เฮ้อ ยีนของคนปลูกดอกไม้นี่นะ พอพูดถึงการแยกหน้าหนึ่งไว้ในลำดับวงศ์ตระกูล ก็หยุดตื่นเต้นไม่ได้เลย
จ้าวอี้เฉินกล่าวว่า “เจ้าควรทบทวนตนเองจริง ๆ หลายปีมานี้ เราเพิ่งเคยพบหญิงอันธพาลเป็นครั้งแรก”
หญิงอันธพาลตัวจริง “……”
ที่จริงนี่ก็เป็นครั้งแรกที่นางเป็นหญิงอันธพาล แถมยังจำใจต้องเป็นอีกต่างหาก
อันหนิงเองก็รู้สึกว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรม หากไม่ใช่เพราะชายผู้นี้ไปทะเลาะกับคนอื่นกลางทางจนทำให้นางเสียเวลา นางก็คงไม่เข้าไปหาเขาหรอก
แผนเดิมของอันหนิงคือไปหาคนที่เต็มใจสักคนที่วัดต้าโก๋ว อย่างไรเสียที่นั่นก็มีผู้มาสักการะมากมาย ต้องมีคนที่ไม่รังเกียจความสัมพันธ์ชั่วครั้งชั่วคราวอยู่บ้าง
ใครจะรู้ว่าคนผู้นี้ไม่ยอมอยู่ในวังหลวงดี ๆ กลับออกมาข้างนอกให้คนตามฆ่า แถมยังบังเอิญหมดสติต่อหน้านางอีก
ทั้งฟ้าอำนวย ทั้งดินเป็นใจ ขาดก็แต่ “คนสามัคคี” เท่านั้น อีกทั้งนางวางแผนมานานถึงเพียงนี้ เรื่องเป็นเรื่องตายเช่นนี้ จะยอมล้มเลิกง่าย ๆ ได้อย่างไร
อันหนิงยังรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรมอยู่เลย ชีวิตแม่ม่ายแสนสุขสมบูรณ์แบบนั้น นางคงไม่มีวันได้ใช้แล้ว
ขณะที่อันหนิงกำลังเสียดายอยู่เต็มอก จู่ ๆ มือข้างหนึ่งก็ยื่นมา บีบปลายคางของนางแล้วเชยใบหน้าให้หันขึ้นไปทางขวา
อันหนิงที่กำลังงุนงงกะพริบตาปริบ ๆ คนผู้นี้คิดจะทำอะไรกัน?
อันหนิงรู้สึกว่าคอแทบจะเคล็ดอยู่แล้ว แต่จู่ ๆ เขาก็ปล่อยมือ นางเซถลาแล้วหงายหลัง จึงคว้าสิ่งที่อยู่ข้างกายไว้โดยไม่ทันคิด
