ตีทะลุอาร์กติกเซอร์เคิลแล้ว จะให้ข้าสืบบัลลังก์งั้นรึ?

ตอนที่ 5 นึกว่าจะขี้โม้ ที่แท้ก็ก่อกบฏได้จริง!

6 นาที· 1.4K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

“องค์ชายยังไม่ทราบเรื่องสินะ!”

ลุงหยางเดินวกไปวนมาในลานด้วยความร้อนรน พลางพร่ำพึมพำไม่หยุด

“หนิงกู่จวิ้นคือดินแดนเนรเทศนักโทษ เป็นพื้นที่แห้งแล้งที่สุดของต้าชิ่ง”

“ฤดูหนาวยาวนานผิดปกติ โดยเฉพาะทางตอนเหนือ ฤดูหนาวกินเวลาเกือบครึ่งปี”

“อย่าว่าแต่รายรอบจะมีแต่พวกอนารยชน ทางใต้ยังมีแคว้นโกรยอ แถมการคมนาคมกับแดนตอนกลางก็ไม่สะดวกเลย”

ลุงหยางหยุดยืนอยู่กับที่ จ้องเขม็งไปทางพระราชวัง “ฝ่าบาทนี่มันให้องค์ชายไปครองราชย์ที่ไหนกัน นี่มันเนรเทศชัด ๆ!”

ด้วยความเป็นพ่อบ้านของหลี่เช่อ ตัวลุงหยางเองนั้นไม่เคยคิดดีกับจักรพรรดิฉิ่งเลยแม้แต่น้อย ไม่ต้องพูดถึงเรื่องความจงรักภักดี

เขาเป็นบัณฑิตตกอับจากราชวงศ์ก่อนที่ได้รับความช่วยเหลือจากพระสนมหยาง และจงรักภักดีต่อนางมาตลอด หลังจากนางสิ้นพระชนม์ ความจงรักภักดีนั้นก็ถูกถ่ายโอนมายังหลี่เช่อ

พูดง่าย ๆ ก็คือ หากวันนี้หลี่เช่อตายในท้องพระโรง ลุงหยางก็พร้อมจะรวบรวมคนขึ้นมาก่อกบฏล้มจักรพรรดิฉิ่งได้ทันที

“ลุงหยาง แค่นี้ก็ดีมากแล้ว” หลี่เช่อปลอบใจ “อย่างน้อยที่นั่นก็ยังมีทางรอด ยังไงก็ดีกว่าอยู่ในเมืองหลวง”

หลี่เช่อไม่ได้พยายามอธิบายว่า แท้จริงแล้วดินแดนทางตะวันออกเฉียงเหนือไม่ได้แร้นแค้นอย่างที่พวกเขาคิด

ตรงกันข้ามเลยด้วยซ้ำ ที่นั่นอาจเป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของต้าชิ่ง

ในชาติก่อน การพัฒนาดินแดนผืนนั้นเริ่มต้นขึ้นในสมัยปลายราชวงศ์ชิง

ก่อนหน้านั้น ไม่มีราชวงศ์อารยธรรมเกษตรกรรมใดเคยพยายามพัฒนาดินแดนล้ำค่าแห่งนั้นเลย ทำให้ดินแดนนั้นถูกครอบครองโดยอารยธรรมเร่ร่อนมาโดยตลอด

สภาพอากาศหนาวเย็นคือปัญหาหลัก ส่วนที่ตั้งทางยุทธศาสตร์กับการคมนาคมไม่สะดวกนั้นเป็นปัญหารองลงไป

ต่อให้เป็นตัวเขาเอง ก็ยังต้องใช้เวลาในการพยายามแก้ปัญหาเหล่านี้ กว่าจะสามารถดึงศักยภาพอันน่าสะพรึงของแผ่นดินนั้นออกมาได้

“องค์ชาย...” พ่อบ้านชราตาแดงก่ำ มองดูหลี่เช่อ

องค์ชายของพวกเขายังคงเข้าใจอะไรง่าย ๆ เหมือนเดิม ไม่ต่างจากตอนเด็ก ๆ

ไม่ว่าจะถูกข่มเหงรังแกแค่ไหนภายนอก พอกลับถึงบ้านก็มีท่าทีอ่อนโยนเสมอ ไม่เคยระบายความโกรธใส่คนรับใช้

แววตาของลุงหยางฉายแวบแห่งความเด็ดเดี่ยว

“องค์ชาย ข้าจะไปรวบรวมสหายเก่าในเมืองหลวง ไปหนิงกู่จวิ้นกับท่าน”

พูดจบ ลุงหยางก็หมุนตัวจะเดินออกไป

หลี่เช่อรีบคว้าตัวเขาไว้ “ไม่ได้เด็ดขาด!”

ในความทรงจำ พวกที่ลุงหยางเรียกว่าสหายเก่านั้น แต่ละคนไม่ใช่คนใจดีอะไร

พวกเขาล้วนเป็นทาสสวามิภักดิ์ที่ราชวงศ์ก่อนเลี้ยงไว้ หลังจากราชวงศ์ก่อนล่มสลาย แม้ส่วนใหญ่จะลบชื่อเปลี่ยนนามกลับไปใช้ชีวิตปกติ แต่ก็ยังมีส่วนน้อยที่ซ่อนตัวอยู่ในเมืองหลวงเพื่อรอโอกาส

ตัวตนของคนเหล่านี้ แม้แต่หลี่เช่อเองก็ไม่รู้ มีเพียงลุงหยางเท่านั้นที่ติดต่อพวกเขาได้

ดูท่า ที่ร่างเดิมถูกจักรพรรดิฉิ่งหวาดระแวงก็ไม่นับว่าเกินเหตุ

เขามีทุนที่จะก่อกบฏได้จริง ๆ!

“ลุงหยาง ฟังข้าพูดก่อน” หลี่เช่อรั้งลุงหยางไว้ แล้วพูดเอาจริงเอาจัง “ข้าเพิ่งได้เลื่อนขั้นเป็นอ๋อง ในท้องพระโรงมีสายตาจ้องจับผิดอยู่ไม่น้อย ถ้าจู่ ๆ ท่านระดมคนกลุ่มหนึ่งมา นั่นไม่ใช่การยื่นหลักฐานให้พวกมันหรือ?”

“ตอนนั้นความผิดถูกตอกย้ำ ข้าถูกสอบสวนน่ะเรื่องเล็ก แต่จะทำให้พี่น้องพวกนั้นซวยไปด้วย”

ลุงหยางไม่ได้ใจร้อน แต่แค่ร้อนใจจนเสียสติไปชั่วขณะ

เมื่อได้ฟังคำวิเคราะห์ของหลี่เช่อ เขาก็หยุดฝีเท้าด้วยความเป็นกังวล “แล้วจะทำอย่างไร? องค์ชายจะไปครองเมืองที่อันตรายขนาดนั้น ยังไงก็ต้องมีกำลังคนติดตัวไปบ้าง”

“ฝ่าบาททรงอนุญาตให้ข้าตั้งกองทหารองครักษ์ประจำตัวได้หนึ่งพันห้าร้อยนาย โดยคัดเลือกมาจากค่ายทหารต่าง ๆ ในเมืองหลวง”

ลุงหยางได้ฟัง ใบหน้ายิ่งหมองหนัก “ในเมืองหลวงมีสามค่ายใหญ่ องครักษ์กับกองกำลังรักษาเมืองก็ล้วนแต่เป็นกำลังของฮ่องเต้โดยตรง องครักษ์แบบนี้องค์ชายจะใช้ได้อย่างไร?”

“เรื่องนี้ไม่ต้องกังวล ในใจข้ามีคนที่เหมาะสมสำหรับองครักษ์อยู่แล้ว” หลี่เช่อเปลี่ยนน้ำเสียง “ข้าต้องการให้ท่านไปทำเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งให้ข้า”

“เรื่องอะไร โปรดรับสั่งมาเถิด บ่าวจะยอมทุ่มเทจนตัวแตกก็จะทำให้สำเร็จ”

“ไม่ต้องขนาดนั้น” หลี่เช่อกวักมือเรียกสาวใช้ตัวน้อยที่อยู่ไกล ๆ “ชิวเหวิน ไปเอาพู่กันกับน้ำหมึกมาจากห้องหนังสือของข้าหน่อย”

สาวใช้ตัวน้อยพยักหน้าอย่างว่าง่าย แล้ววิ่งไปยังห้องหนังสือที่อยู่ลึกเข้าไปในสวน

“เดี๋ยวข้าจะเขียนรายการให้ท่านฉบับหนึ่ง ท่านพาคนไปซื้อของพวกนี้มา ให้ได้มากที่สุด”

หลี่เช่อเพิ่งนึกคำถามสำคัญออกหลังจากนั้น “ในจวนยังมีเงินอีกเท่าไหร่?”

ลุงหยางตอบว่า “ยังมีอีกห้าร้อยตำลึง”

“ทะ...เท่าไหร่นะ?” หลี่เช่อตาโต

ห้าร้อยตำลึง? องค์ชายผู้สูงศักดิ์มีแค่ห้าร้อยตำลึงเนี่ยนะ?

ใช่แล้ว ห้าร้อยตำลึงสำหรับชาวบ้านธรรมดา หรือแม้แต่ขุนนางทั่วไปก็ถือว่าเป็นเงินก้อนโตแล้ว

แต่สำหรับองค์ชายคนหนึ่ง เงินแค่นี้เกรงว่าคงไม่พอแม้แต่ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

“เหลือเพียงห้าร้อยตำลึง นี่ก็เพราะองค์ชายประหยัดอดออมมาตลอด จึงเก็บได้เท่านี้”

หลี่เช่อรู้สึกปวดหัวอย่างหนัก เอามือนวดขมับ “ช่างเถอะ ข้าจะเขียนของสำคัญ ๆ ก่อน ท่านก็ไปซื้อตามนั้น ที่เหลือรอให้เบี้ยหวัดที่ฝ่าบาทพระราชทานลงมาก่อน แล้วค่อยซื้อเพิ่มก็ไม่สาย”

ตอนแรกก็คิดจะรีบออกจากเมืองหลวงอยู่หรอกนะ แต่ดูท่าว่าคงต้องอยู่ต่ออีกพัก

ตอนนั้นเอง เด็กสาวชื่อชิวเหวินก็วิ่งหอบพู่กันกับน้ำหมึกมาแล้ว

หลี่เช่อมองนางแวบหนึ่ง ก็พูดไม่ออก “ให้ไปเอาพู่กันกับน้ำหมึก นี่เจ้าเอาจริง ๆ ให้แค่พู่กันกับหมึกเนี่ยนะ?”

“หา?” เด็กน้อยมองเขาด้วยแววตาใสซื่อ

“ไม่มีกระดาษ แล้วจะให้ข้าเขียนที่ไหน?!”

“อ๋อ!” เด็กน้อยถึงบางอ้อ แก้มแดงซ่าน แล้วก็วิ่ง ‘ตึงตึงตึง’ กลับไปอีก

ไม่นานนัก ในที่สุดก็นำกระดาษมาด้วย

หลี่เช่อคลี่กระดาษออก ลุงหยางช่วยบดหมึกอยู่ข้าง ๆ

โชคดีที่ความทรงจำของกล้ามเนื้อยังอยู่ ต่อให้เป็นพู่กันจีนที่ไม่เคยจับมาก่อน พอเริ่มลงมือเขียนก็เขียนเป็นเลย

หลังจากคิดเล็กน้อย ก็เขียนรายการยาวเหยียดออกมาอย่างรวดเร็ว

ลุงหยางรับรายการมา อดอ่านออกเสียงไม่ได้ “ไป๋เตี๋ยจื่อ... นี่มันดอกไม้ไม่ใช่หรือ? ท่านจะเอามันไปทำอะไร?”

“กันหนาว”

“ไป๋เตี๋ยจื่อนี่กันหนาวได้ด้วยหรือ?” ลุงหยางแปลกใจ

“ได้แน่นอน” หลี่เช่อยิ้ม

ไป๋เตี๋ยจื่อก็คือฝ้ายนั่นเอง

ประวัติการนำฝ้ายเข้าสู่แดนตอนกลางนั้นย้อนกลับไปได้นานมาก แต่ในตอนแรกไม่ได้ถูกใช้อย่างแพร่หลาย กลับถูกปลูกเป็นไม้ประดับในหมู่ชนชั้นสูง

ในห้วงมิติเวลาเดิมของตน การพัฒนาจนกลายเป็นของใช้กันหนาวต้องรอจนถึงสมัยฮ่องเต้หงอู่แห่งราชวงศ์หมิงที่สนับสนุนการปลูกฝ้ายถึงค่อยเป็นไป

แต่ในโลกนี้ ประโยชน์ที่แท้จริงของฝ้ายยังไม่ถูกค้นพบ

สายตาของลุงหยางกวาดไปบนรายการอย่างรวดเร็ว แล้วก็มีสีหน้าลำบากใจขึ้นมาทันที

ในนั้นนอกจากของส่วนน้อยที่หาได้ง่ายแล้ว ส่วนใหญ่ล้วนเป็นของหายาก มีบางอย่างที่แม้แต่ชื่อก็ยังไม่เคยได้ยิน

หลี่เช่อมองออกถึงความลำบากใจของลุงหยาง จึงเอ่ยปากว่า “ไม่เป็นไร ท่านไปหาของที่หาง่ายก่อนก็ได้ ไว้ข้าว่างแล้วค่อยหาของที่เหลือ”

ลุงหยางพยักหน้า แล้วเก็บรายการนั้นไว้อย่างระมัดระวัง

“องค์ชายเตรียมจะไปทำอะไรหรือ?”

หลี่เช่อยิ้มแสยะ “ไปกองทัพนักโทษ รับสมัครองครักษ์ของข้า”

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com