ต้าชิ่ง ตำหนักซวนเจิ้ง
ขุนนางพลเรือนและทหารขนาบสองข้างในตำหนัก จ้องมองร่างที่คุกเข่าอยู่กลางท้องพระโรงด้วยสายตาเฉยเมย
"องค์ชายหก ท่านก็อธิบายมาสิ ฝ่าบาทยังรออยู่!"
ขันทีชราข้างเก้าอี้มังกรถามอย่างร้อนรน
"ข้าไม่มีอะไรจะอธิบาย" องค์ชายหกหลี่เช่อหน้าซีดเซียว แต่แววตาแน่วแน่ "บอกว่าข้าใช้คาถากู่ใส่ร้ายองค์ชายรัชทายาทหรือ? นี่มันคือข้อหาที่จงใจสร้างขึ้น ต้องการลงโทษยังไงก็หาเหตุได้ทั้งนั้น"
ขันทีชราเหลือบมองฮ่องเต้ที่อยู่ข้างกาย แวบหนึ่งเห็นอีกฝ่ายยังคงสีหน้าไร้ความรู้สึก จึงจำใจฝืนใจถามต่อ
"แล้วตุ๊กตาไม้ที่ค้นพบในห้องของท่านเล่า ท่านจะอธิบายว่าอย่างไร?"
หลี่เช่อนิ่งเงียบ เพียงจ้องมองฮ่องเต้บนเก้าอี้มังกร
อธิบาย? มีอะไรน่าอธิบาย?
ปฐมจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ควบคุมทั้งราชสำนักและใต้หล้าไว้ในอุ้งมือ จะเชื่อเรื่องไร้สาระอย่างคาถากู่ได้อย่างไร?
เสด็จพ่อให้ข้ามาที่ท้องพระโรงแห่งนี้ ไม่ใช่เพื่อฟังคำอธิบายของข้าเลย... พระองค์ต้องการให้ข้าตายต่างหาก!
พ่อลูกกัน ไฉนถึงต้องมาถึงขั้นนี้?
คิดได้ดังนี้ แววตาของหลี่เช่อก็ฉายแวบเด็ดเดี่ยว
"เสือดุร้าย... ยังไม่กินลูกตัวเองเลย"
เขาพึมพำเบา ๆ ร่างกายพลันมีพลังจากที่ใดไม่รู้ ประคองร่างที่คุกเข่าจนแข็งทื่อให้ยืนขึ้น
ขุนนางที่อยู่ใกล้ได้ยินคำนี้ ถึงกับตกใจจนก้มหน้างุด อยากเป็นคนหูหนวกเสียเดี๋ยวนั้น
สายตากวาดมองใบหน้าที่เฉยเมยแต่ละคนในตำหนัก แววตาของหลี่เช่อว่างเปล่า
การใส่ร้ายของผู้ไม่หวังดี ความระแวงของพ่อแท้ ๆ การห้ำหั่นกันระหว่างพี่น้องร่วมสายเลือด พันรัดหัวใจเขาดั่งงูพิษ แทบทำให้เขาหายใจไม่ออก
มือทั้งสองกำแน่น เล็บจิกฝังลึกลงในฝ่ามือ เลือดไหลซึมตามซอกนิ้ว หยดลงบนขั้นบันไดหินเย็นเยียบ
หลี่เช่อหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง แล้วถอยหลังไปสองสามก้าว
สายตา เลื่อนไปยังเสาของตำหนัก
"หากมีชาติหน้า ขอเป็นแค่ชาวนา ยังดีกว่าเป็นลูกของกษัตริย์อีก!" หลี่เช่อขอบตาแดงก่ำ เสียงแหบพร่าคำรามต่ำ
ขุนนางรอบข้างเดิมเห็นองค์ชายหกยืนขึ้น ก็พากันจ้องมองเขา
จากนั้นก็เห็นหลี่เช่อใช้พลังทั้งหมดของร่างกายทะยานออกวิ่ง เอาหัวโขกกระแทกอย่างแรงเข้าใส่เสาสีแดงชาดแข็งทื่อนั้น
รวดเร็วถึงขนาดที่แม้แต่ขุนนางทหารที่อยู่ตรงนั้นยังไม่ทันได้โต้ตอบเพื่อห้าม
นี่คือการตั้งใจหาที่ตายอย่างชัดเจน!
โครม——
เสียงกระแทกทึบดังขึ้น ร่างของหลี่เช่อเหมือนหุ่นเชิดที่ขาดสายเชือก ล้มลงบนพื้นตำหนักอย่างไร้เรี่ยวแรง
โลหิตไหลรินจากหน้าผากของเขา เปื้อนแผ่นดินเบื้องล่างเป็นสีแดงฉาน
"องค์ชาย!"
"แย่แล้ว องค์ชายหกปลงพระชนม์ชีพแล้ว!"
ภายในตำหนักพลันชุลมุนวุ่นวาย ขุนนางต่างกรูกันเข้ามา ล้อมรอบร่างหลี่เช่อ แต่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้
และในขณะนี้ ร่างบนเก้าอี้มังกรในที่สุดก็มีปฏิกิริยา
ฮ่องเต้ค่อย ๆ ยืนขึ้น สายตาชำเลืองมองศพของหลี่เช่อจากที่สูง
แววตาของเขาเฉยชา ราวกับกำลังมองสิ่งของที่ไม่สำคัญสักชิ้น หาใช่ลูกในไส้ของตนเอง
"หมอหลวงอยู่ไหน?"
หมอหลวงที่สะพายกล่องยารีบร้อนเดินเข้าไป วางนิ้วมือไว้ใต้จมูกของหลี่เช่อเพื่อตรวจสอบ แล้วคลำที่ชีพจรบนคอ
"ฝ่าบาท องค์ชายหก สิ้นพระชนม์แล้ว" หมอหลวงคุกเข่าลงกับพื้น หน้าผากแนบติดพื้นดินราบ
คำพูดนี้กล่าวออกมา ทั้งท้องพระโรงพลันเงียบสงัดในชั่วพริบตา
สีหน้าฮ่องเต้ก็ปรากฏความซับซ้อนแวบหนึ่ง แต่ก็จางหายไปในชั่วขณะ
ไม่ว่าฮ่องเต้จะชอบหรือไม่ก็ตาม องค์ชายหกแห่งห้วงเวลานี้ตายไปแล้ว
และในขณะนี้ หลี่เช่อจากอีกห้วงกาลเวลา กลับฟื้นคืนสติ...
ซี้ด——
ปวดหัวจัง
หลี่เช่อรู้สึกว่าสมองเจ็บเหมือนโดนมีดกรีด ความทรงจำยุ่งเหยิงหลั่งไหลเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์ อัดแน่นจนหัวเหมือนจะระเบิด
'นี่ที่ไหน? จักรวรรดิต้าชิ่ง? หลี่เช่อ เขาก็ชื่อหลี่เช่อเหมือนกันหรือ? องค์ชายหกผู้สูงศักดิ์ ถูกบีบคั้นให้ตายในท้องพระโรงเนี่ยนะ พ่อแท้ ๆ นี่ใจร้ายเกิ๊น'
'ผิดแล้ว มารดาผู้ล่วงลับของหลี่เช่อคนนี้เป็นองค์หญิงของราชวงศ์ก่อน? แบกสายเลือดของสองราชวงศ์บนบ่า ยังกล้าอ้อนวอนแทนอดีตผู้ภักดีเก่าของราชวงศ์ก่อนอีกนะ ทั้งโง่ทั้งใจบุญ...'
'ปกติปฏิบัติต่อคนอื่นดี๊ดี ถึงขั้นมีชื่อ 'อ๋องผู้ทรงธรรม' ในวังหลวง? ซี้ด... นี่มันดีหมดทุกอย่างเลยนะ มึงไม่ตายใครจะตาย?'
'องค์ชายรัชทายาทจู่ ๆ ก็ป่วยหนัก ต่อจากนั้นก็ค้นพบตุ๊กตาไม้สำหรับสาปแช่งในห้องของเจ้าของร่างเดิม นี่คือ 'ภัยพิบัติคาถากู่' เวอร์ชั่นต่างโลกชัด ๆ ?'
ฝืนทนความเจ็บปวดย่อยความทรงจำในสมองจนหมด หลี่เช่อก็พลันรู้สึกเลื่อนลอย
ข้ามมิติมายังราชวงศ์โบราณในห้วงมิติคู่ขนาน กลายเป็นองค์ชายไร้บารมี เปิดฉากมาก็ถูกฮ่องเต้พ่อบีบบังคับให้ตาย?
เป็นการเริ่มต้นที่เลวร้ายที่สุดเลย!
ทำงานหนักเกินไปไม่ดีจริง ๆ ด้วย ตัวเองเพิ่งยี่สิบกว่า ๆ ก็ตายกะทันหัแบบนี้เลย?
ทีมงานเพิ่งค้นพบแร่ใหม่ที่ตงเป่ย นั่นมันแร่คุณภาพดีเลยนะ ถ้าขุดได้สำเร็จ ปีนี้อาจได้บรรจุเป็นนักสำรวจประจำก็ได้
ทำไงดีตอนนี้? ก็นอนหมอบอยู่อย่างนี้? รอให้ขันทีลากศพตัวเองไปแล้วค่อยเผ่น?
กูเป็นแค่หนุ่มสายวิทย์ ไม่เก่งเรื่องแผนชิงบัลลังก์จริง ๆ นะเฮ้ย!
ในเวลานี้เอง บนขั้นบันได ฮ่องเต้ในท้องพระโรงเอ่ยปาก
"หวงจิ่น ไปประกาศราชโองการ"
"พ่ะย่ะค่ะ"
ด้านหลังฮ่องเต้ ขันทีชรามีสีหน้าโศกเศร้า ค่อย ๆ เดินออกมา มือขวากำม้วนผ้าเหลืองม้วนหนึ่งไว้แน่น
ภายใต้สายตาของทุกคน ขันทีชราเดินมาถึงข้าง 'ศพ' ขององค์ชายหก กางม้วนผ้าเหลืองในมือออก
"รับราชโองการสวรรค์ ฮ่องเต้มีรับสั่งว่า: องค์ชายหกพระปรีชาหลักแหลม ทรงเพียบพร้อมทั้งคุณธรรมและความสามารถ บัดนี้ขอแต่งตั้งองค์ชายหกหลี่เช่อเป็น 'หนิงกู่จวิ้นอ๋อง' ปกครองดินแดนนอกด่านซานไห่กวน ห้ามเข้านครหลวงโดยไม่มีพระราชโองการ ขอรับ!"
หลังจากได้ยินเสียงอ่านที่ขึ้น ๆ ลง ๆ ของขันทีชราหวงจิ่น ขุนนางรอบข้างต่างก็ก้มศีรษะต่ำสุด ปิดบังสีหน้าตกตะลึงของตัวเอง
ฝ่าบาท... โหดร้ายเกินไปแล้ว
คนตายไปแล้ว ถึงได้แต่งตั้งให้องค์ชายหกเป็นอ๋อง
นี่ชัดเจนว่าไม่อยากแบกชื่อเสียที่บีบบังคับลูกให้ตาย ถึงได้ออกอุบายปิดหูปิดตาเช่นนี้
เขาถึงกับไม่ใช้คำว่าแต่งตั้งหลังสิ้นพระชนม์ เพื่อว่าบันทึกประวัติศาสตร์จะได้ไม่จารึกว่าจักรพรรดิชิ่งบีบบังคับลูกให้ตาย
แต่จะบอกว่าองค์ชายหกทำเรื่องคาถากู่ จักรพรรดิไม่เพียงไม่ลงโทษ ยังแต่งตั้งให้เป็นอ๋องอีกด้วย ต่อมาองค์ชายหกทนความอับอายไม่ไหว จึงปลงพระชนม์ตัวเองจนสิ้น
แต่งตั้งเป็นหนิงกู่จวิ้นอ๋องด้วย?
นอกด่านซานไห่กวน หนิงกู่จวิ้น มันคือที่บ้าอะไร?
นั่นคือที่เนรเทศอดีตผู้ภักดีเก่าของราชวงศ์ก่อนและนักโทษหนักต่างหาก!
แม้ในนามจะขึ้นกับต้าชิ่ง แต่ความจริงแล้วเป็นเขตกันชนระหว่างต้าชิ่งกับพวกอนารยชน พวกอนารยชนนั่นมักจะบุกปล้นลงใต้เป็นประจำ
ขันทีชราพับราชโองการอย่างเคารพ แล้วก้าวเข้าไปใกล้สองสามก้าว
มองดูองค์ชายหกบนพื้น สีหน้าที่ใจดีนั้นพลันปรากฏรอยยิ้มประหลาดแวบหนึ่ง
เขาโค้งตัวลงเล็กน้อย แล้วพูดเบา ๆ ด้วยเสียงที่ได้ยินเพียงคนเดียว:
"องค์ชายหก องค์ชายรัชทายาทให้ข้านำความมาบอกท่าน: ในเมื่อท่านชอบอ้อนวอนแทนคนพวกนั้น ก็ไปรวมกลุ่มกับพวกมันซะ!"
รอยยิ้มบนหน้าขันทีชราหายวับไป แทนที่ด้วยสีหน้าโศกเศร้าจริงใจ
เขาก้มตัวลง เพิ่งจะเตรียมยัดราชโองการใส่มือองค์ชายหก
ทันใดนั้น!
มือที่เต็มไปด้วยเลือดยกขึ้นอย่างรวดเร็ว ในดวงตาที่ตะลึงงันของขันทีชรา มือนั้นฉวยคว้าราชโองการนั้นไว้
ศีรษะของหลี่เช่อค่อย ๆ เงยขึ้น เลือดไหลอาบใบหน้าตามหัวกะโหลก ทำให้ทั้งใบหน้าดูดุร้ายน่ากลัวยิ่งนัก
มุมปากของเขาแยกยิ้ม ดวงตาเปล่งประกายเจิดจ้าล้ำลึก
"ไหนนะ? ท่านบอกว่าให้ข้าไปไหนนะ?"
ขันทีชราร่างอ่อนยวบ สมองไม่ทำงานแล้ว ตอบไปโดยอัตโนมัติ: "ซาน ซานไห่กวนด้านนอก หนิงกู่จวิ้น"
มือที่ถือราชโองการกระชากกลับมาหาตัวทันที ราวกับกลัวอีกฝ่ายเปลี่ยนใจ โอบราชโองการนั้นไว้แนบอก
"ข้าน้อยหลี่เช่อ... ไม่ใช่ หนิงกู่จวิ้นอ๋องหลี่เช่อ รับราชโองการ!"
รอยยิ้มบนหน้าหลี่เช่อมิอาจปิดบังได้อย่างไร
นอกด่านซานไห่กวน หนิงกู่จวิ้น?
นั่นมันไม่ใช่ตงเป่ยในยุคหลังหรอกหรือไง?!
โจทย์ข้อนี้ข้าแก้ได้!