ในเวลาเดียวกัน
ภายในรถบัสประกายไฟหมายเลข 1 ที่ตามหลังรถคันนำ
บรรยากาศกดดันจนถึงขีดสุด
“เอี๊ยด—เอี๊ยด—เอี๊ยด—เอี๊ยด”
ที่ปัดน้ำฝนหน้ารถส่งเสียงเสียดสีกรีดหู
พยายามปัดไอหมอกบนกระจกหน้ารถออก
แต่ก็ไร้ผล
ทัศนวิสัยลดลงเหลือไม่ถึง 5 เมตรแล้ว
คนขับรถลุงหลี่กำพวงมาลัยแน่น
ฝ่ามือชุ่มไปด้วยเหงื่อ
เขาเบิกตากว้าง แทบอยากเอาลูกตาแนบติดกระจก
กลัวว่าจะตามไฟท้ายราง ๆ ของรถคันหน้าไม่ทัน
ลุงหลี่พึมพำไม่หยุด เท้าขวาแตะเบรกค้างไว้
“ช้าลงอีก ช้าลงอีกหน่อย”
ภายในรถเงียบสนิท
เหลือเพียงเสียงสะอื้นเบา ๆ ของผู้รอดชีวิตบนรถ
เดิมทีผู้โดยสารบนรถบัสคันนี้
ล้วนเป็นคนธรรมดาที่ไม่มีรถ
หรือไม่ก็เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนที่ไม่มีความสามารถในการต่อสู้
เพราะคนธรรมดาบนรถบัสสองคันในหุบผาหิมะถล่มเสียชีวิตและบาดเจ็บเกินครึ่ง
รถประกายไฟหมายเลข 2 จึงถูกดัดแปลงให้เป็นรถขนเสบียง
ตั้งแต่จางเหม่ยลี่เข้ามารับหน้าที่ดูแลฝ่ายเสบียง
หลิวย่วน ซึ่งเดิมเป็นหัวหน้ารถคันที่ 2
ก็ถูกส่งมาประจำรถคันที่ 1 เพื่อแทนตำแหน่งของเสี่ยวชี
ตอนนี้หลิวย่วนกำลังนั่งอยู่ที่นั่งมัคคุเทศก์ข้างคนขับ
