ไม่สนใจปฏิกิริยาของทุกคน
ชื่อชื้อเก็บซากพวกต่างถิ่นรุกรานทั้งสองร่าง
จากนั้นลากเฉินโม่ที่หมดสติไปโยนไว้ในกระบะท้ายของชื่อชื้อหมายเลข 2
หรือจะพูดให้ถูก ก็คือโยนลงไปในตัวประหลาดเขี้ยวโลหิตตนใหม่ที่แผ่กลิ่นอายอัปมงคลออกมา
ชื่อชื้อกระโดดขึ้นไปนั่งในห้องคนขับอย่างคล่องแคล่ว
“หลี่เสีย เลิกแกล้งตายได้แล้ว รีบตามมา ไอ้เวร”
“ค่ะ... ท่านชื่อชื้อ...”
เสียงสั่นเครือของหลี่เสียดังมาจากแผงควบคุมกลาง
ถึงเวลาจะผ่านไปนานขนาดนี้แล้ว หลี่เสียก็ยังกลัวชื่อชื้อจนเป็นสัญชาตญาณ
ชื่อชื้อหมายเลข 2 ค่อย ๆ เคลื่อนออกไป
แต่กลับถูกคนสองคนขวางทางไว้
เหอเหลียวกับเหอเฉียงนั่นเอง
เหอเฉียงกอดร่างไร้วิญญาณของพี่ชายไว้
ทั้งคู่ไม่พูดอะไรสักคำ
ยืนนิ่งงันอยู่กลางสายลมหนาว
จ้องรถดัมพ์ที่แล่นเข้ามาหา
ไม่มีความโศกเศร้าใดเท่าความรู้สึกสิ้นหวังอีกแล้ว
ชื่อชื้อพ่นไอขาวออกจากรูจมูก
สุดท้ายก็ไม่ได้บอกความจริงว่าเม็ดโคลนนั่นไม่มีพิษเลยสักนิด
มันแสร้งทำท่าขยำท้อง
แล้วปั้นเม็ดโคลนดำปี๋ขึ้นมาอีกสองเม็ด
มันสะบัดกีบลา โยนเม็ดโคลนให้สองคนที่ยังยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น
จากนั้นเลื่อนกระจกขึ้น ขับรถดัมพ์จากไป
ทั้งสองกลืน “ยาแก้พิษ” ลงไป
ประคองร่างพี่ชายไว้อย่างระมัดระวัง
ก่อนจะมองขบวนรถประกายไฟที่กำลังลับหายไปเป็นครั้งสุดท้าย
แล้วเข้าไปในรถตู้หกที่นั่ง
หายลับไป ณ สุดขอบทุ่งหิมะอันกว้างใหญ่......
.....
