เดินดูทั่วทั้งโซนนิทรรศการจนเกือบครบ หลินเย่ก็ได้ดูรถจนจุใจพอสมควรแล้ว
เขาละสายตากลับมา หันไปมองเหวินจือหยวนที่อยู่ข้างกาย เมื่อเห็นว่าเธอยังคงยืนอยู่ข้าง ๆ อย่างเงียบ ๆ หัวใจก็ไหววูบเล็กน้อย
วันนี้เดิมทีก็เป็นวันเดตของรายการอยู่แล้ว พาเธอมาที่นี่ดูจะไม่ค่อยเหมาะสมนัก
“กลับกันเถอะ”
หลินเย่เอ่ยเสียงเบา ก่อนพาเหวินจือหยวนหันหลังเดินไปยังทางออกของศูนย์นิทรรศการ
ตากล้องของทีมงานเดินตามมาติด ๆ กระแสในห้องไลฟ์ยังคงคึกคักไม่แผ่ว ผู้ชมจำนวนนับไม่ถ้วนยังคงส่งข้อความแซวกันว่าคุณชายเดตแบบหนุ่มซื่อบื้อเรื่องความรัก
แต่ขณะที่ทั้งสองกำลังจะออกจากโซนนิทรรศการ เสียงผู้ชายทุ้มนุ่มก็ดังมาจากด้านหลัง
“คุณชายหลิน โปรดรอสักครู่ครับ”
ฝีเท้าของทั้งสองหยุดลงพร้อมกัน แล้วหันกลับไปมอง
เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งสวมสูทลำลองเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว รูปร่างสูงโปร่ง บุคลิกโดดเด่น แวบเดียวก็รู้ว่าเป็นคนมีชาติตระกูลดี
“มีธุระหรือครับ” หลินเย่ถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไม่เย็นชาแต่ก็ไม่เป็นมิตรนัก
ชายหนุ่มเดินเข้ามา ท่าทีอ่อนน้อม ไม่มีความหยิ่งยโสแม้แต่น้อย
“สวัสดีครับคุณชายหลิน ผมเจียงฉีหมิง งานแสดงรถยนต์ครั้งนี้ผมจัดร่วมกับเพื่อนสนิทคนหนึ่งครับ”
“ช่วงนี้ผมติดตามคุณชายหลินมาตลอด รู้ว่าคุณก็ชอบรถ น่าเสียดายที่ก่อนหน้านี้เราไม่รู้จักกัน ผมก็ไม่มีช่องทางติดต่อคุณ”
“ก็เลยทำได้แค่ให้ทีมงานส่งข้อความส่วนตัวไปเชิญทางบัญชีของคุณ ไม่คิดเลยว่าคุณจะมาจริง ๆ”
หลินเย่ได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าเล็กน้อย สายตากวาดมองบูธรอบ ๆ ก่อนเอ่ยประเมินเรียบ ๆ ว่า “มาตรฐานโดยรวมไม่เลว รถก็ใช้ได้”
คำพูดสั้น ๆ ประโยคเดียวก็นับว่าไว้หน้าเจียงฉีหมิงมากแล้ว
เจียงฉีหมิงฉวยโอกาสหันไปมองเหวินจือหยวนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ สวมหน้ากากอนามัย บุคลิกเย็นชาสุภาพ ในแววตามีความชื่นชมอย่างจริงใจอยู่หลายส่วน
