หลังจากนั่งรถมากว่าหนึ่งชั่วโมง รถมินิบัสของทีมงานก็ค่อย ๆ จอดลงหน้าทางเข้าค่ายพักแรม
ค่ายพักแรมแห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ในป่าเขาชานเมือง ห่างไกลจากความวุ่นวายในเมือง รอบด้านเต็มไปด้วยต้นไม้เขียวชอุ่ม อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นชุ่มชื้นของพืชพรรณ
ทางเข้าค่ายสร้างไว้อย่างเรียบง่ายและกว้างขวาง ถัดเข้าไปเป็นพื้นที่กิจกรรมขนาดใหญ่ มีนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อนหย่อนใจกระจายตัวอยู่ตามจุดต่าง ๆ
เจ้าหน้าที่ของค่ายมารออยู่แต่เช้า พอเห็นเหล่าแขกรับเชิญลงจากรถก็รีบเข้ามาต้อนรับอย่างกระตือรือร้น หลังทักทายกันพอเป็นพิธีแล้วก็พาทุกคนไปยังลานตั้งแคมป์สำหรับคืนนี้
ตรงหน้าคือสนามหญ้าสีเขียวผืนใหญ่ ราบเรียบและนุ่มเท้า ด้านข้างสนามหญ้าเป็นทะเลสาบ ผิวน้ำระยิบระยับ พอลมพัดก็เกิดเป็นระลอกคลื่น ริมตลิ่งมีวัชพืชและต้นไม้ขึ้นอยู่ไม่น้อย ทิวทัศน์งดงามทีเดียว
บนสนามหญ้ามีกระเป๋าเต็นท์วางเตรียมไว้เป็นชุด ๆ พร้อมอุปกรณ์สำหรับกางเต็นท์ครบครัน ทั้งหมุดยึด เชือก และเสาค้ำ
ผู้กำกับหวังยกโทรโข่งขึ้นพูดว่า “เอาละ ตอนนี้ทุกคนหยิบกระเป๋าเต็นท์ไป เลือกจุดได้ตามใจชอบ แล้วก็กางเต็นท์ของตัวเองกันเลย”
พอสิ้นเสียง เหล่าแขกรับเชิญก็เริ่มลงมือกันทันที
ซูม่าน์กับสวี่เมิงเหยากระตือรือร้นที่สุด ทั้งคู่รีบเดินเข้าไปเลือกจุดเป็นกลุ่มแรก
วันนี้โจวจื่อหยางจับคู่กับสวี่เมิงเหยา เมื่อครู่บนรถมินิบัสก็นั่งมาด้วยกันกับเธอ ทว่าสายตาของเขากลับลอบมองไปทางซูม่าน์เป็นระยะ ๆ อยู่ตลอด
เมื่อเห็นซูม่าน์กับสวี่เมิงเหยาเลือกจุดที่อยู่ติดกัน โจวจื่อหยางก็ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มจาง ๆ อย่างลับ ๆ จากนั้นจึงเดินไปเลือกจุดด้านหลังทั้งสองคน โดยวางเต็นท์ไว้ตรงหลังสวี่เมิงเหยาพอดี
