บทที่ 2 ซุกสมบัติใต้หมอน สาปสูญสิ้นวงศ์วาน
เมื่อเห็นฮวงจุ้ยตรงนี้ หลี่จินซานก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมเฉินถิงไห่ถึงไร้บุตรสืบสกุล
เฉินถิงไห่เดิมทีเป็นดวงชะตาผู้ทำงานหนัก ถูกดาวเจ็ดสังหารโคจรเข้าเฝ้า ผู้มีดวงเช่นนี้จะตรากตรำไปทั้งชีวิตแต่ไม่มีวันร่ำรวย ทว่ากลับมีทรัพย์สมบัติมหาศาล
นั่นเป็นเพราะฮวงจุ้ยทำเลนี้ที่ชื่อว่า "ซุกสมบัติใต้หมอน" ได้เปลี่ยนแปลงชะตาของเขา
ซุกสมบัติใต้หมอนเป็นฮวงจุ้ยเรียกทรัพย์ชั้นสูง แต่ใช่ว่าผู้ใดจะฝังร่างลงในฮวงซุ้ยมงคลเช่นนี้ได้ หากจะฝังในฮวงซุ้ยนี้ วงศ์ตระกูลต้องมีบุญกุศลและวาสนาอันหนาแน่น มิฉะนั้นจะกระทบกระเทือนถึงรากเง้าลูกหลาน ทำให้สูญสิ้นวงศ์วาน
มองดูเนินดินรูปคล้ายหมอนหนุน และหลุมศพสองหลุมที่ฝังอยู่เบื้องบน หลี่จินซานถอนใจยาว
"ท่านพี่เฉิน มีบางคำไม่รู้ว่าสมควรพูดหรือไม่"
"น้องชายเอ๋ย พูดมาเถิด"
หลี่จินซานก้าวไปข้างหน้าสองก้าว พลางกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"ในตำราฮวงจุ้ยมีคำกล่าวหนึ่งว่า ซุกสมบัติใต้หมอนสิ้นวงศ์ตระกูล ซุกสมบัติใต้หมอนต้องการบุญกุศลและวาสนาของผู้ตายสูงมาก"
"การฝังในฮวงซุ้ยมงคลเช่นนี้ วงศ์ตระกูลต้องมีบุญกุศลและวาสนาอันหนาแน่น มิฉะนั้นจะสิ้นวงศ์ตระกูล"
เฉินถิงไห่ฟังถึงตรงนี้ แสร้งทำหน้าตาตื่นตระหนก หากสิ้นวงศ์ตระกูล ถึงมีทรัพย์สินมหาศาลก็เปล่าประโยชน์
"ถะ ถ้าเช่นนั้นควรทำอย่างไร"
"น้องชาย มีฮวงซุ้ยทำเลมงคลที่ไม่ต้องใช้บุญกุศลและวาสนาบ้างหรือไม่"
หลี่จินซานตอบตามที่ตนรู้
"มีก็มี แต่ว่า..."
หลี่จินซานยังพูดไม่ทันจบ เฉินถิงไห่ฟังถึงตรงนี้พลันดีใจจนคิ้วโก่ง เอ่ยอ้อนวอนอย่างร้อนรน
"น้องชาย เจ้าต้องช่วยข้านะ มิฉะนั้นข้าเฉินถิงไห่คงจะสิ้นวงศ์ตระกูล ทรัพย์สมบัติมหาศาลของข้าจะให้ใครสืบทอด"
"น้องชาย ขอร้องเจ้าแล้ว เจ้าต้องช่วยข้าเถิด!"
"นี่..."
หลี่จินซานขมวดคิ้วแน่น ด้วยเหตุแห่งฮวงจุ้ย ดวงชะตาของเฉินถิงไห่ได้กลายเป็นดวงชะตาสิ้นวงศ์ตระกูลไปแล้ว หากฝืนแก้ชะตาเปลี่ยนดวงให้เขา ย่อมต้องถูกสวรรค์ลงทัณฑ์ จึงกล่าวด้วยสีหน้าลำบากใจ
"ท่านพี่เฉิน ดวงชะตาของท่านได้ก่อตัวขึ้นแล้ว ข้าเองก็จนปัญญา"
"หากท่านอยากเปลี่ยนชะตาตอนนี้ ก็จงทำความดีเพิ่มพูนบุญกุศล อาจมีการเปลี่ยนแปลง"
เฉินถิงไห่พลันคุกเข่าลงกับพื้นร้องขออย่างเว้าวอน
"น้องชาย ข้ารู้ว่าเจ้าต้องมีวิธีเปลี่ยนชะตาข้าแน่"
"ขอร้องเถิด ช่วยข้าที"
"ท่านพี่เฉิน ใช่ข้าไม่อยากช่วยท่าน หากข้าฝืนแก้ชะตาเปลี่ยนดวงให้ท่าน ข้าต้องถูกสวรรค์ลงทัณฑ์แน่"
"หนักหน่อยก็ถูกสายฟ้าฟาด 5 สาย ไม่ได้ตายดี เบาหน่อยก็ตาบอดขาเป๋ ชีวิตบัดซบภัยพิบัติไม่สิ้นสุด"
หลี่จินซานบอกกล่าวถึงความกังวลในใจ ปฏิเสธอย่างเด็ดขาด แต่เฉินถิงไห่กลับคุกเข่าอยู่กับพื้น ร้องขอและอ้างบุญคุณเพื่อให้ตอบแทน
"น้องชาย ดูแก่การที่ข้าเคยช่วยชีวิตเจ้า ดูแลเจ้ามาครึ่งปีนี่เถิด ช่วยข้าด้วยเถิดนะ!"
"น้องชาย เจ้าวางใจเถิด หากเจ้าถูกสวรรค์ลงทัณฑ์ ข้าเฉินถิงไห่จะห่มผ้าไว้ทุกข์ให้เจ้าเอง ข้าเฉินถิงไห่จะเลี้ยงดูเจ้ายามแก่และจัดงานศพให้"
หลี่จินซานถอนใจ เขาเป็นคนรู้จักตอบแทนบุญคุณ หากไม่ใช่เพราะเฉินถิงไห่ เขาอาจจะอดตายอยู่ข้างถนนไปแล้ว
เห็นอีกฝ่ายร้องขออยู่อย่างนั้น สุดท้ายก็ใจอ่อน
"ตกลง ข้าจะฝืนแก้ชะตาให้ท่าน"
หลี่จินซานเลือกวันมงคลฤกษ์ดี เตรียมขุดย้ายหลุมศพบิดามารดาของเฉินถิงไห่
ระหว่างทางระหกระเหิน หลี่จินซานได้พบฮวงซุ้ยมงคลชั้นยอดแห่งหนึ่งโดยบังเอิญ นั่นคือทำเล "ซุ้มบัวอุ้มบุตร" การนำบิดามารดาของเฉินถิงไห่มาฝังที่นี่จึงเหมาะสมอย่างยิ่ง
เมื่อเฉินถิงไห่เห็นฮวงจุ้ยของทำเลซุ้มบัวอุ้มบุตร ใจก็เต็มไปด้วยความตกตะลึง วงขุนเขาล้อมรอบเนินดินเจ็ดลูก เมื่อมองจากระยะไกลดูประหนึ่งซุ้มบัวดอกหนึ่ง เนินเขาทั้งเจ็ดเป็นเสมือนเมล็ดบัวที่ถูกวงขุนเขาโอบอุ้มไว้
ข้างเนินเขาทั้งเจ็ดยังมีภูเขาสูงตระหง่านอีกลูกหนึ่ง นี่ก็คือยอดหลักของทำเลซุ้มบัวอุ้มบุตร ดูราวกับผู้ใหญ่เฝ้ามองเด็กเจ็ดคน
ช่างเป็นฝีมือสร้างสรรค์แห่งสวรรค์ ประณีตราวเทพจารึก
"น้องชาย หากข้าย้ายสุสานบรรพชนของบิดามารดามาที่นี่ จะมีทายาทสืบสกุลได้ใช่หรือไม่"
"อืม ซุ้มบัวอุ้มบุตรเป็นฮวงจุ้ยประทานบุตรชั้นยอด เจ้าดูสิ เนินเขาทั้งเจ็ดถูกวงขุนเขาโอบล้อม ดั่งเมล็ดบัวเจ็ดเมล็ดในซุ้มบัว เป็นนัยถึงการให้กำเนิดบุตรเจ็ดคนติดต่อกัน"
ตามคำขอของหลี่จินซาน เฉินถิงไห่นำอัฐิบิดามารดาไปฝังยังยอดหลักที่สูงที่สุดของขุนเขาในบริเวณนี้ และสร้างหลุมศพเปล่าขึ้นเจ็ดหลุมใต้เนินเขาทั้งเจ็ด
เมื่อทำทุกสิ่งทุกอย่างเสร็จสรรพ พลันแผ่นดินสั่นสะเทือน ท้องฟ้ากว้างไร้เมฆแต่กลับมีเสียงฟ้าร้องครืนครั่น
หลี่จินซานตกใจจนหน้าถอดสีทันที ส่วนเฉินถิงไห่ก็ตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก
"น้องชาย นี่เกิดอะไรขึ้น"
หลี่จินซานไม่เอ่ยวาจา ทันใดนั้นรู้สึกว่าสายตาพร่าเลือนลงทุกขณะ สุดท้ายจมดิ่งสู่ความมืดมิด กลายเป็นคนตาบอด
เขาคาดการณ์ไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าจะถูกสวรรค์ลงทัณฑ์ ทว่ามิคาดว่ามันจะมาถึงรวดเร็วปานนี้
หลังจากที่เฉินถิงไห่ย้ายสุสานบิดามารดามายังทำเลซุ้มบัวอุ้มบุตรได้เพียงปีเดียว อนุภรรยาทั้งหลายของเขา รวมถึงภรรยาหลวงที่แต่งกันมาแต่เดิมซึ่งมีอายุเกินห้าสิบปีแล้ว ต่างให้กำเนิดบุตรชายแก่เขารวมเจ็ดคนติดต่อกัน
สมดังคำพูดของหลี่จินซานที่ว่าให้กำเนิดบุตรเจ็ดคนติดต่อกันไม่มีผิด
ด้วยความยินดีที่ได้บุตรทั้งเจ็ด เฉินถิงไห่สุขใจยิ่งนัก สองปีแรกดูแลปรนนิบัติหลี่จินซานเป็นอย่างดี ให้พักในเรือนรับรองที่ดีที่สุด ทุกวันสำรับคาวหวานจัดไว้ไม่เคยขาด
แต่กาลเวลาผ่านไป เฉินถิงไห่รู้สึกว่ามีคนตาบอดไร้ประโยชน์อยู่ในบ้าน เป็นเสนียดอัปมงคล อีกทั้งยังลืมเลือนวาจาที่เคยพูดไว้แล้วด้วย
จึงย้ายหลี่จินซานจากเรือนรับรองที่ดีที่สุดไปอยู่กระท่อมฟืน เปลี่ยนจากอาหารดีเป็นเศษข้าวเหลือแกง
หลี่จินซานโกรธยิ่งนักไปต่อว่าเฉินถิงไห่ ทว่ากลับได้รับรู้เรื่องหนึ่งที่มิอาจยอมรับได้
เฉินถิงไห่กล่าวด้วยน้ำเสียงลำพอง
"เมื่อสองปีก่อนที่ข้าช่วยชีวิตเจ้า ก็เพราะเห็นป้ายอาญาสิทธิ์ฉินเทียนลิ่งบนตัวเจ้าน่ะสิ"
"ข้าเดาได้ว่าเจ้าเป็นฮวงจุ้ยซือที่หนีออกจากวังหลวง จึงพาเจ้ากลับมาบ้าน ปรนนิบัติอย่างดี ก็เพื่อให้เจ้าช่วยข้าหาฮวงซุ้ยมงคลสักแห่ง"
"ให้ข้าสืบต่อตระกูลเฉินได้"
"ตอนนี้ข้ามีบุตรชายเจ็ดคนแล้ว เจ้าก็ไม่มีประโยชน์อันใดอีก เหตุใดข้าต้องเลี้ยงดูเจ้าอย่างดีเลิศเลออีก"
"ฮ่า ฮ่า..."
หลี่จินซานถึงตอนนี้จึงเข้าใจ ตั้งแต่ต้นจนจบเฉินถิงไห่กำลังวางแผนใช้เขา เมื่อรู้ความจริงก็เดือดดาลสุดขีด
"เฉินถิงไห่ ไอ้คนทรยศเนรคุณ ข้าจะสู้ตายกับแก"
หมายจะเอาชีวิตเข้าแลก แต่หลี่จินซานกลับถูกเฉินถิงไห่เตะล้มลง แล้วขังไว้ในคอกม้า กินนอนร่วมกับม้า
การถูกขังนี้ยาวนานถึงสิบกว่าปี กระทั่งปู่หลี่เทียนเฉิงปรากฏตัวขึ้น ชะตาของหลี่จินซานจึงได้พลิกผัน