“เด็กดี เชื่อฟังหน่อย” ลู่เหยี่ยเอ่ยขึ้น น้ำเสียงอ่อนโยน แฝงความเอ็นดู
ระหว่างพูด เขาก็เดินไปด้านข้าง เอาผ้าขนหนูจุ่มลงในอ่างน้ำให้เปียก บิดจนหมาด ๆ แล้วเดินมาหาซูเยว่
ซูเยว่ขยับตัวหลบไปด้านข้าง
แม้ทั้งคู่จะเคยใกล้ชิดเนื้อแนบเนื้อกันมาแล้ว แต่จะให้เธอถอดเสื้อผ้าทั้งหมดแล้วให้ลู่เหยี่ยเช็ดตัวให้ เธอก็ยังทำใจไม่ได้อยู่ดี
เห็นเธอเป็นเช่นนี้ ลู่เหยี่ยก็เงยหน้ามองแสงไฟเหนือศีรษะ
“ฉันจะปิดไฟแล้วเช็ดตัวให้” เขาเสริมอีกประโยค “วางใจนะ แค่เช็ดตัวเฉย ๆ”
ซูเยว่ยังคงรู้สึกอายอยู่บ้าง แต่ก็ดูออกว่าลู่เหยี่ยคงไม่ยอมถอยแล้ว
เว้นเสียแต่ว่าคืนนี้เธอจะไม่เช็ดตัว แต่ตัวก็เหนอะหนะ ถ้าไม่เช็ดตัว เธอคงนอนไม่หลับ
เม้มปากแน่น ครู่ใหญ่เธอถึงเอ่ยขึ้นว่า “งั้นนายปิดไฟก่อนแล้วกัน”
ลู่เหยี่ยยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เดินไปข้างๆ ดึงเชือกสวิตช์ไฟปิดไฟ
ภายนอกมืดสนิทแล้ว ในห้องมีเพียงเสียงเสื้อผ้าของซูเยว่ที่ถอดออกดังซ่าๆ
เขาผ่านการฝึกมาเป็นพิเศษ ต่อให้เป็นตอนกลางคืนก็ยังมองเห็นชัดเจน
โดยเฉพาะคืนนี้พระจันทร์สว่างมาก ลอยเด่นบนท้องฟ้า
แสงจันทร์ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา ทุกอย่างในห้องเขามองเห็นชัดเจน
ซูเยว่ไม่รู้ว่าเขามีความสามารถในการมองเห็นตอนกลางคืน
ถอดเสื้อผ้าออกแล้ว เธอนอนคว่ำอยู่ข้างแคร์ก่ออิฐ
ถึงได้เอ่ยเสียงเบาว่า “ฉันพร้อมแล้ว”
ลู่เหยี่ยตอบรับในลำคอ “อืม” คำหนึ่ง ถือผ้าขนหนูเดินเข้าไป วางบนหลังเธออย่างแม่นยำ
น้ำอุ่นกำลังดี ผ้าขนหนูก็อุ่นเช่นกัน