ครึ่งชั่วโมงให้หลัง พี่ฉินและผู้การกองพลคนใหม่จากกองทัพที่ 22 หวังเต๋อจื้อก็มาถึง
คนที่มากับพวกเขามีสามีของเหล่านายหญิงทหารที่เอาแต่ซุบซิบใส่ร้ายซูเยว่ด้วย
พวกนายหญิงทหารพอมองเห็นสามีตนเองกับผู้บังคับบัญชาของสามี ต่างก็หดตัวกันเป็นแถว
ลู่เหยี่ยตามมาด้วยกัน เขาเดินเร็วๆ ไปอยู่ข้างซูเยว่ ก้มหน้ามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า “ไม่เป็นไรนะ?”
ตอนที่กำลังเดินทางมานี่ คนจากแผนกป้องกันได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นด้านนี้ให้พวกเขาฟังแล้ว
ได้ฟังว่าหลิวเหมียวเหมียวกับหนิวหงเซี่ยเกือบจะทำร้ายซูเยว่ได้ เขาทั้งคนพลันตึงเครียดขึ้นมา
แม้คนจากแผนกป้องกันจะอธิบายทันทีว่าซูเยว่ไม่เป็นไร แต่เขาก็ยังอดกังวลไม่ได้
จนกระทั่งตอนนี้ได้เห็นซูเยว่ ใจที่ลอยค้างอยู่ตลอดถึงได้วางลงเสียที
ซูเยว่ส่ายหน้าเบาๆ “ฉันไม่เป็นไรค่ะ”
ฉินต้าฟาหน้าเย็นหันไปมองหวังเต๋อจื้อที่อยู่ข้างๆ “ผู้การหวัง ท่านคิดว่าควรจัดการยังไง”
หวังเต๋อจื้อก่อนหน้านี้อยู่เขตทหารตะวันตกเฉียงเหนือ หลังจากเสิ่นเจี้ยนหมินเกิดเรื่องเขาถึงย้ายมา
แม้จะมาได้ไม่นาน แต่ก็สืบเสาะเรื่องที่ควรรู้ไว้เกือบหมดแล้ว
เมื่อวานซูเยว่ถูกสายลับฉุดตัวไป แต่ผลกลับจัดการสายลับเจ็ดคนได้ลำพัง แถมช่วยทหารสาวไส้สายลับที่แฝงตัวในโรงพยาบาลได้อีกคน ซ้ำยังเก็บหมาป่ามาแปดตัวพ่วงท้าย
ถือเป็นวีรสตรีตัวจริง แม้เบื้องบนจะยังไม่ได้มอบรางวัลให้ แต่ก็พอนึกออกว่า เหรียญกล้าหาญส่วนบุคคลชั้นสองเป็นอย่างน้อยย่อมหนีไม่พ้น
ถึงเรื่องเมื่อวานจะมีคนรู้ไม่น้อย แต่พวกเขาก็รีบออกคำสั่งห้าม เรื่องนี้จึงไม่แพร่กระจาย