สามวันผ่านไปแล้ว แต่ในข่าวกลับไม่มีเรื่องของบริษัทยวนหลงปรากฏให้เห็นเลยสักข่าว อู๋เอ้อโกวรู้สึกฉงน หรือว่าจางเฟิงไม่ได้เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกของเขาออกไป? เขาหยิบมือถือขึ้นมาตรวจอีเมลอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบจากจางเฟิง
จางเฟิงมีปัญหาเหมือนกันหรือ? จู่ ๆ ความคิดนี้ก็ผุดขึ้นมาในหัวอู๋เอ้อโกว แม้แต่ตัวเขาที่จดทะเบียนสมรสกับโจวหมิ่นยังถูกเธอทำร้าย แล้วความสัมพันธ์กับจางเฟิงจะเปราะบางน้อยกว่านั้นได้อย่างไร
เฮ้อ ช่างเถอะ ตอนนี้เขายังควบคุมบริษัทยวนหลงไม่ได้ ที่เขาเขียนจดหมายด้วยลายมือตัวเองก็แค่อยากทำให้พวกเธอขุ่นเคือง ให้พวกเธอใช้ชีวิตอยู่กับความหวาดกลัว และไม่อาจได้สิทธิ์รับมรดกของเขาไปง่าย ๆ
จะตีเหล็กก็ต้องให้ตัวเองแข็งแรงเสียก่อน รอให้ตัวเองมีฝีมือขึ้นแล้วค่อยไปแก้แค้นคนพวกนั้น อู๋เอ้อโกวเริ่มลงมือทันที เขาไปเปิดบัญชีธนาคารก่อน จากนั้นไปเปิดบัญชีกับบริษัทหลักทรัพย์และดาวน์โหลดโปรแกรมซื้อขายหุ้น แล้วใช้วีแชทโอนเงินเข้าบัญชีใหม่สองแสนหยวน โดยแบ่งโอนห้าครั้ง
เรื่องซื้อขายหุ้น อู๋เอ้อโกวยังไม่คิดจะบอกซูจิ่นยวี่ แต่แสดงให้เธอเห็นว่าเขาสนใจความรู้ด้านหุ้น โดยเฉพาะตอนกลับบ้านในช่วงค่ำ เขาจะตรงเข้าไปในห้องหนังสือทันที ด้านหนึ่งฝึกออกเสียง อีกด้านหนึ่งวิเคราะห์สถานการณ์ตลาดหุ้น
พริบตาเดียวก็ถึงปลายเดือนตุลาคมแล้ว อู๋เอ้อโกวมาอยู่ที่ตระกูลซูเกือบสองเดือน จากการฝึกออกเสียงอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้เขาเปล่งเสียงได้แล้ว ทั้งยังพูดประโยคสั้น ๆ ได้บ้าง เพียงแต่ยังไม่ค่อยคล่อง นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมาก เชื่อว่าอีกไม่นานก็จะพูดได้ตามปกติ
