หลี่เหมย์พักรักษาตัวในโรงพยาบาลเพียงห้าวันก็ได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว นอกจากอาการปากเบี้ยวตาเบี้ยว ระบบการทำงานของร่างกายส่วนอื่นก็ฟื้นตัวดี ความดันโลหิตสูงเล็กน้อย แต่เมื่อรักษาด้วยการฝังเข็ม อาการปากเบี้ยวตาเบี้ยวก็ทยอยดีขึ้นได้ นับว่ารอดพ้นเคราะห์ร้ายมาอย่างหวุดหวิด
คืนวันออกจากโรงพยาบาล คนทั้งครอบครัวก็ประชุมกันที่ร้านอาหาร
“เชียนเชียน บ้านแถวชานเมืองใต้ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ประกาศขายทางอินเทอร์เน็ตแล้วมีคนซื้อหรือยัง”
ปกติซูเจิ้งคุนไม่เคยเป็นคนดูแลกิจการในบ้าน แต่เวลานี้จำต้องออกมาประคับประคองครอบครัวเอาไว้ หลายวันก่อนเขากลับบ้านเกิดไปยืมเงินแต่ไม่ได้มา ส่วนบ้านของลูกชายคนรองเพิ่งซื้อเรือประมงลำใหญ่ ย่อมไม่มีเงินเหลือจริง ๆ
ช่วงนี้ซ่งเชียนซูบผอมลงไม่น้อย เงินกู้นอกระบบแปดแสนหยวนเป็นเธอที่ลงชื่อกู้ บ้านสองหลังก็เป็นเธอที่จัดการ ไม่ว่าอย่างไรก็หนีไม่พ้นความรับผิดชอบ สามีก็เพิ่งถูกไล่ออก เธอรู้สึกเหมือนฟ้ากำลังถล่มลงมา จึงเหม่อลอยอยู่ทั้งวัน ตอนนี้ก็ใจลอยอีกครั้ง ไม่ได้ยินคำถามของพ่อสามีเลยแม้แต่น้อย
หูย่าเจี๋ยถอนหายใจ “พ่อครับ ราคาบ้านแถวนั้นลดเหลือตารางเมตรละเจ็ดพันหยวนก็ยังไม่มีใครเอา บ้านของเราประกาศขายทางอินเทอร์เน็ตแล้ว แต่ไม่มีใครแม้แต่จะโทรมาถาม ดูท่าระยะสั้นคงขายไม่ออกแล้วครับ”
ผลลัพธ์นี้ดูเหมือนจะอยู่ในความคาดหมาย ซูเจิ้งคุนไม่ได้ตั้งความหวังไว้มากนัก จึงถามต่ออย่างไม่คิดอะไร “แล้วเรื่องงานล่ะ หาได้หรือยัง”
“ยังครับ บริษัทยวนหลงทำเกินไปแล้ว พวกเขาประกาศบนเว็บไซต์หางานว่าขึ้นบัญชีดำผม ตอนนี้บริษัทใหญ่ไม่รับ ส่วนบริษัทเล็กก็ให้ค่าตอบแทนต่ำเกินไป”
