อู๋เอ้อโกวรู้ตัวดีว่าตอนนี้ยังไม่ควรปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชน จึงแต่งตั้งฮันส์เป็นผู้จัดการใหญ่ และแบนนอนเป็นผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน ซึ่งเป็นเรื่องที่เขาหารือกับโยเซฟไว้แล้ว
เมื่อมีฮันส์คอยดูแลงาน อู๋เอ้อโกวจึงพอมีเวลาไปช่วยงานที่ร้านอาหาร แต่ไม่ได้ให้ซูจิ่นยวี่มาช่วยอีก กลับให้เธอไปฝึกงานด้านการเงินต่อที่การค้านานไห โดยหลัวเลี่ยงจัดคนขับรถไปรับส่งเธอเป็นพิเศษ
ห้องประธานกรรมการ บริษัทหยุนหลง
จางเฟิง ประธานกรรมการคนใหม่ กำลังขมวดคิ้วฟังรายงานจากโจวหมิ่น หัวหน้าฝ่ายการค้าระหว่างประเทศ แต่เดิมแผนกนี้ชื่อฝ่ายการค้าต่างประเทศ หลังจากโจวหมิ่นย้ายเข้ามาจึงเปลี่ยนชื่อเป็นฝ่ายการค้าระหว่างประเทศ
“พี่เฟิง ไม่รู้ว่าเพราะอะไร บริษัทมาร์คถึงยุติความร่วมมือกับเรา ตอนนี้ทางสหภาพยุโรป นอกจากธุรกิจนำเข้าไวน์ฝรั่งเศสแล้ว เราเสียตลาดสินค้าจำเป็นในสหภาพยุโรปไปหมดแล้ว เศรษฐกิจโลกกำลังซบเซา อเมริกาก็ยังทำสงครามเศรษฐกิจกับประเทศเรา ขึ้นภาษีศุลกากรเสียจนเกินเหตุ ส่วนเกาหลีกับญี่ปุ่นก็มีสัดส่วนตลาดไม่มาก คราวนี้บริษัทมาร์คทำให้เราเสียหายหนักมากเลยค่ะ”
สีหน้าของโจวหมิ่นดูไม่สู้ดีนัก แต่คนที่เสียหายหนักที่สุดจริง ๆ คือโรงงานรองเท้าของครอบครัวเธอ เพราะยอดสั่งซื้อลดลงไปครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้
“สืบหรือยังว่าทำไมบริษัทมาร์คถึงยุติความร่วมมือกับเรา”
“สืบแล้วค่ะ พนักงานภายในบริษัทมาร์คเผยว่ามีบริษัทชื่อ ตงเจียงการค้านานไห ไปเซ็นสัญญาระยะยาวกับพวกเขา”
“การค้านานไหเหรอ เป็นบริษัทในเมืองตงเจียงเหมือนกันสินะ”
