เมื่อคนในครอบครัวตกลงกันได้แล้ว วันรุ่งขึ้นหูย่าเจี๋ยก็ไปบริษัทมาร์คพร้อมซ่งเชียนเพื่อเซ็นสัญญาจัดหาอาหาร
บริษัทมาร์คให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ไม่น้อย จัดจุดรับประทานอาหารไว้ถึงห้าแห่ง แถมยังแจกชุดภาชนะให้พนักงานทุกคน ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมและประหยัดค่าภาชนะให้ตระกูลซูได้ไม่น้อย
แต่เงื่อนไขของบริษัทมาร์คก็เข้มงวดไม่แพ้กัน นอกจากกำหนดอัตราข้อร้องเรียนไว้ที่สิบเปอร์เซ็นต์แล้ว ยังชำระเงินเดือนละครั้ง ทำให้ตระกูลซูต้องสำรองเงินค่าวัตถุดิบเกือบหนึ่งล้าน
หลังจากหารือกันในครอบครัวอีกครั้ง ทุกคนก็ตัดสินใจนำเงินสองล้านที่ยืมจากหลัวเลี่ยงมาใช้ก่อนเป็นเวลาสองเดือน
เมื่อสัญญาตกลงเรียบร้อย ซูเจิ้งคุนก็ไปหาคนงานชายหกคนกับหญิงสามคนจากตลาดแรงงาน จากนั้นยกโต๊ะเก้าอี้ทั้งหมดในร้านออก ซื้อรถนึ่งข้าวมาหลายคัน เปลี่ยนเตา เพิ่มรถเข็นพื้นเรียบสิบคัน รวมถึงกล่องพลาสติกสำหรับใส่อาหารและถังใส่น้ำซุป ทำให้ร้านอาหารที่มีพื้นที่กว่าห้าสิบตารางเมตรดูคับแคบขึ้นมาทันที
หลังเตรียมการทุกอย่างเรียบร้อย ร้านอาหารตระกูลซูก็เริ่มจัดส่งอาหารกลางวันให้บริษัทมาร์คอย่างเป็นทางการในวันที่หนึ่งกันยายน ช่วงนั้นอู๋เอ้อโกวถูกงานในร้านรัดตัวจนแทบขยับไปไหนไม่ได้ โชคดีที่งานของบริษัทมาร์คมีฮันส์ ผู้จัดการใหญ่คอยดูแล ส่วนเอกสารที่สำคัญอยู่บ้าง เฉินหรันก็จะนำมาให้อู๋เอ้อโกวเซ็น เมื่อมีคนมากและเรื่องวุ่นวายเต็มไปหมด จึงไม่มีใครในตระกูลซูสังเกตเห็นอะไร
ทางบริษัทค้าต่างประเทศก็ราบรื่นดี ซูจิ่นยวี่ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการเงินแล้ว แต่ท้องเริ่มนูนชัดขึ้น พอแม่สามีมาถึง เธอก็จะหยุดทำงานแล้วพักรักษาครรภ์อย่างสบายใจ
