ยังไม่ทันพูดจบประโยค เหยียนเช่อก็มองเห็นใบหน้าของคนที่อยู่ใต้ร่างชัดเจน ไม่ใช่เสิ่นเหยา แต่เป็นเฉินเจียเหอ
เธอสวยก็จริง แต่เพราะอดนอน สูบบุหรี่ และแต่งหน้าอยู่บ่อย ๆ ผิวจึงมีตำหนิเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่ไม่น้อย เทียบกับผิวขาวอมชมพูไร้ที่ติของเสิ่นเหยาแล้ว ยังห่างชั้นกันมาก
เฉินเจียเหอนอนอยู่ใต้ร่างเหยียนเช่อโดยไม่มีท่าทีเขินอาย กลับกันเธอกัดริมฝีปาก ก่อนจะยื่นมือโอบคอเหยียนเช่ออย่างกล้าหาญ แล้วลากเสียงพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
“เหยียนเช่อ นี่เป็นครั้งที่สองแล้วนะที่คุณล้มทับฉัน”
“ถ้าชอบฉันก็บอกมาตรง ๆ สิ...”
เหยียนเช่อขนลุกซู่ขึ้นมาทันที เขาคว้าแขนเฉินเจียเหอแล้วสะบัดออกแรง ๆ รีบพลิกตัวลุกขึ้นยืน ห่างจากเธอไปหนึ่งเมตร
เขาเงยหน้ามองไปรอบ ๆ อย่างรวดเร็ว พอเห็นทุกอย่างโดยรอบแล้วก็ถอนหายใจโล่งอก ดีที่เสิ่นเหยายังไม่กลับมา ไม่อย่างนั้นถ้าเธอเห็นเข้า ต่อให้กระโดดลงแม่น้ำเหลืองก็คงล้างข้อครหาไม่ออก
เหยียนเช่อปัดกางเกงสองสามที ก่อนจะยื่นมือดึงเฉินเจียเหอให้ลุกขึ้นจากพื้น
เฉินเจียเหอยิ้มกว้างขึ้นมาทันที แต่เพียงชั่วพริบตา สีหน้าก็แข็งค้างเมื่อได้ยินคำพูดจากปากเหยียนเช่อ
“อย่าพูดเหลวไหล ใครชอบเธอกัน ฉันมีแฟนแล้ว”
เฉินเจียเหอมีปฏิกิริยารุนแรง เธอจับมือเหยียนเช่อไว้พลางพูดเสียงดังจนคนรอบข้างหลายกลุ่มหันมามอง “คุณมีแฟนแล้วเหรอ!”
ดูเหมือนจะรู้ตัวว่าตัวเองเสียกิริยา เฉินเจียเหอกระแอมเบา ๆ รีบปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ แล้วถามต่อโดยแสร้งทำเหมือนแค่สงสัย “ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมฉันไม่เห็นรู้เลย?”
เหยียนเช่อแกะมือเธอออก แล้วล้วงมือทั้งสองข้างใส่กระเป๋ากางเกง พลางเหลือบมองผืนน้ำในทะเลสาบที่อยู่ไม่ไกลอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนพูดอย่างวางท่า “ก็ช่วงไม่กี่วันนี้แหละ ไม่เหมือนเธอหรอก ไม่มีใครชอบสักคน”
ในใจเฉินเจียเหอสับสนปั่นป่วน เธออยากปลอบตัวเองว่าอย่าเก็บมาใส่ใจ แต่ก็อดสนใจไม่ได้
เธอชอบเหยียนเช่ออยู่หน่อย ๆ อีกทั้งผู้ชายแบบเขาที่ถึงผลการเรียนจะไม่ดี แต่ด้านอื่นโดดเด่นเป็นพิเศษ ใครเล่าจะปฏิเสธโอกาสที่จะได้เป็นคนพิเศษเพียงคนเดียวของเขา และใช้มันพิสูจน์เสน่ห์ของตัวเองได้
