ฝนตกไม่หยุด
ลมนอกหน้าต่างพัดแรงขึ้นเรื่อย ๆ ประสานเข้ากับสายฝนพรำ ก่อนจะโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง
ลมกรรโชกกระแทกบานหน้าต่างอย่างรุนแรงครั้งแล้วครั้งเล่า ส่งเสียงทุ้มแหบ
สายลมพัดทะลุผ่านตัวบ้าน พายุฤดูร้อนมาเยือนอย่างรวดเร็วและชุ่มฉ่ำ
ท้องฟ้ามืดครึ้มราวกับหายนะกำลังจะมาเยือน ทว่าพายุโหมกระหน่ำครั้งนี้กลับช่วยให้ผู้คนระบายความอัดอั้นและความไม่ยินยอมที่สั่งสมมานานได้อย่างเต็มที่
กรอบไม้ถูกกระแทกจนสั่นคลอนแทบพังทลาย แต่ยังคงฝืนทานแรงลมเอาไว้ จนกระทั่งมีเสียงแตกดังสนั่น มันก็พังครืนลงมา กระแทกพื้นอย่างหนักจนน้ำกระเซ็นไปทั่ว
——
สายฝนนอกหน้าต่างค่อย ๆ เบาบางลง ก่อนจะหยุดพัก
ภายในห้องยังคงมืดสลัว แสงสว่างมีเพียงริบหรี่
เสิ่นเหยาไม่เคยคาดคิดเลยว่าอู๋ฉางเยี่ยน ผู้สุขุมสง่างามและเย็นชาตามปกติ จะซ่อนด้านที่แข็งกร้าวและเอาแต่ใจเช่นนี้ไว้
เขาหลับใหลอย่างสะลึมสะลือ แต่ยังกอดรัดเธอไว้แน่น แขนแข็งแรงโอบรัดจนเธอขยับไม่ได้แม้แต่น้อย
เธอดิ้นรนอย่างไร้ประโยชน์อยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่อาจหลุดพ้นได้
ใบหูของเสิ่นเหยาร้อนผ่าว ทำได้เพียงปล่อยตามใจเขา ขยับหาท่านอนที่สบายในอ้อมแขนแล้วหลับตาลง ก่อนจะดำดิ่งสู่ห้วงนิทราท่ามกลางกลิ่นอายที่โอบล้อมกาย
เรือนหลังนี้ตั้งอยู่ในที่เปลี่ยวและปลอดภัย อีกทั้งความอ่อนเพลียที่ถาโถมเข้ามาหลังเสร็จสิ้นเรื่องบนเตียง ทำให้เสิ่นเหยาหลับสนิทกว่าปกติ
ภายในห้อง ชายหญิงคู่หนึ่งกอดกระหวัดแนบชิด ลมหายใจคลอเคลียกัน ไออุ่นแผ่วเบาพันเกี่ยวหลอมรวม คล้ายเป็นคู่รักที่สวรรค์บรรจงสร้างมาให้
จนกระทั่งรุ่งเช้าวันถัดมา เสียงนกกางเขนร้องเจื้อยแจ้วบนกิ่งไม้จึงทำลายภาพอันกลมกลืนนี้ลง
อู๋ฉางเยี่ยนเป็นคนแรกที่รู้สึกตัว ปลายนิ้วสัมผัสผิวกายข้างกายที่เนียนนุ่มและอบอุ่น ละมุนละไมกำลังดี หัวใจของเขาพลันไหววูบ ปลายนิ้วค่อย ๆ ลูบไล้โดยไม่รู้ตัว มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ อย่างเปี่ยมสุข
ทว่าเมื่อหันไปเห็นคนที่นอนอยู่ข้างกาย รอยยิ้มทั้งหมดบนใบหน้าก็แข็งค้างทันที
ทำไมถึงเป็นเธอ? ทำไมต้องเป็นเธอด้วย!
เสิ่นเหยาฟื้นขึ้นมาแล้วเช่นกัน พอลืมตาก็รีบคว้าผ้าห่มมาคลุมตัว ก่อนจะถอยไปขดตัวอยู่ตรงมุมเตียง ไม่กล้าเงยหน้าสบตาอู๋ฉางเยี่ยน
ท่อนแขนขาวผ่องโผล่พ้นผ้าห่มออกมา งดงามราวหยกขาวเนื้อดี ทว่ากลับเต็มไปด้วยรอยแดงเข้มจางสลับกันไป กระจัดกระจายจนชวนให้ใจหาย ทุกแห่งล้วนเป็นร่องรอยจากค่ำคืนแสนเร่าร้อน
เรื่องราวในคืนก่อนหวนคืนสู่ห้วงความคิดอย่างแจ่มชัด ความทรงจำอันวุ่นวายถาโถมขึ้นมาในชั่วพริบตา ก่อนจะกลับคืนมาครบถ้วน
สีหน้าของชายหนุ่มแปรเปลี่ยนซับซ้อน ความเสียใจและความตื่นตระหนกตีรวนอยู่ในใจ
เมื่อคืนเขาสูญเสียความสุขุมและการควบคุมตนเองไปจนสิ้น ราวกับสัตว์ร้ายที่คลุ้มคลั่ง กระทำตามสัญชาตญาณอย่างไม่ยั้งคิด ถึงกับทำผิดพลาดครั้งใหญ่กับหญิงสาวที่ไม่เคยเห็นหน้าและไม่รู้แม้กระทั่งว่าเป็นใคร
ความรู้สึกผิดผุดขึ้นในใจ เขารู้สึกว่าทุกอย่างช่างเหลวไหลสิ้นดี
พวกเขาไม่ควรเป็นเช่นนี้
ในหัวของอู๋ฉางเยี่ยนสับสนวุ่นวาย เดิมทีคิดว่าตนเองรอดพ้นจากเคราะห์ครั้งนี้แล้ว แต่สุดท้ายกลับถลำลงไปในปลักที่ลึกกว่าเดิม จนไม่รู้จะเดินหน้าหรือถอยหลัง
เขาจำได้ชัดเจนว่าเมื่อคืนเธอร้องไห้อย่างน้อยเนื้อต่ำใจ เต็มไปด้วยการต่อต้าน เธอไม่เต็มใจ ถูกเขาบังคับ...
ความคิดนานัปการถาโถมขึ้นมาพร้อมกัน ทำให้เขากระสับกระส่ายไม่เป็นสุข
อู๋ฉางเยี่ยนเลียริมฝีปากที่แห้งผาก ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง หลังจากนั้นเนิ่นนานจึงฝืนข่มอารมณ์ที่พลุ่งพล่านในใจลงได้ เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า เจือความกระอักกระอ่วนและลังเลอยู่หลายส่วน
“เรื่องเมื่อคืน...”
“เรื่องทั้งหมดเมื่อคืน ถือว่าไม่เคยเกิดขึ้นได้ไหม?” เสิ่นเหยาคิดบางอย่างขึ้นมาได้ จึงรีบชิงพูดตัดบท น้ำเสียงเจือความร้อนใจและตื่นตระหนก
เธอจะปล่อยให้อู๋ฉางเยี่ยนรู้ไม่ได้ว่าเมื่อคืนเธอเต็มใจ ต้องชิงลงมือก่อน
เมื่อนึกถึงความเร่าร้อนและของกำนัลแสนใจกว้างของอู๋ฉางเยี่ยน มือที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่มของเสิ่นเหยาก็ลูบหน้าท้องเบา ๆ ไม่แน่ว่าอาจมีลูกแล้วก็ได้ เธอไม่ได้ต้องการอะไรมาก แค่อยากมีลูกสักคนอยู่เป็นเพื่อนเท่านั้น
ถ้าไม่มีก็ข่มขู่อู๋ฉางเยี่ยนด้วยเรื่องวันนี้ แล้วทำอีกครั้ง ยังไงก็ต้องสมหวังแน่...
หยาดน้ำตายังคงเกาะพราวบนใบหน้าของเสิ่นเหยา ขอบตาแดงก่ำ คราวนี้อู๋ฉางเยี่ยนจึงเพิ่งสังเกตว่าเสิ่นเหยาแต่งเข้าตระกูลอู๋มาได้เพียงปีเดียว อายุยังน้อย เสื้อผ้าสุภาพเรียบขรึมที่เธอสวมเป็นประจำบดบังสีสันทั้งหมดของหญิงสาววัยแรกรุ่นคนหนึ่งเอาไว้
เมื่อมองให้ละเอียดในตอนนี้ เส้นผมดำขลับนุ่มสลวยแผ่สยายอยู่บนบ่า ราวกับผ้าแพรเนื้อดี ขนตายาวงอนดุจพัดเล็ก ๆ ทอดเงาจาง ๆ ลงบนผิวขาวรอบดวงตา
พวงแก้มแต้มสีระเรื่อ ระหว่างคิ้วและดวงตาเต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนของหญิงสาวหลังผ่านค่ำคืนเร่าร้อน
ลูกกระเดือกของอู๋ฉางเยี่ยนขยับขึ้นลงอย่างรุนแรงสองสามครั้ง ความร้อนรุ่มพลันก่อตัวขึ้นในใจ เขารีบข่มความคิดว้าวุ่นที่ผุดขึ้นมาอย่างกะทันหัน แล้วปัดเป่าความคิดสกปรกเหล่านั้นออกไป
เสิ่นเหยาเงยหน้ามองเขาช้า ๆ แววตาเต็มไปด้วยความหวั่นใจและความคาดหวัง เธอหวังเพียงให้เขาพยักหน้าตกลง เปิดทางให้ทั้งคู่ลงจากสถานการณ์ลำบาก แล้วปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไป
อู๋ฉางเยี่ยนเลิกคิ้วเล็กน้อย ตอนแรกเขายังลอบคิดว่าเรื่องเมื่อคืนอาจมีคนวางแผนอยู่เบื้องหลัง ตั้งใจเล่นละครให้ตั๊กแตนจับจักจั่น นกขมิ้นรออยู่ข้างหลัง
แต่เมื่อเห็นเสิ่นเหยาเป็นเช่นนี้ เขาก็อดหัวเราะเยาะตัวเองในใจไม่ได้ คิดว่าตนระแวงมากเกินไป จินตนาการไปเองเสียยกใหญ่
ในสถานการณ์เช่นนี้ ดูเหมือนเขาไม่มีเหตุผลที่จะไม่ตกลง เพียงแต่การยอมรับครั้งนี้เป็นแค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน
“ได้” เขาตอบเสียงต่ำ น้ำเสียงเรียบเฉย แต่แฝงความหมายลึกซึ้ง
คฤหาสน์ตระกูลอู๋กว้างใหญ่ไพศาล ทั้งกิจการและอำนาจ ไม่ช้าก็เร็วต้องตกอยู่ในมือของอู๋ฉางเยี่ยน ทุกสิ่งทุกอย่างในคฤหาสน์ รวมถึงคนทั้งหมด ล้วนจะตกเป็นของเขา
เมื่อนึกถึงพี่ชายคนโตผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง แววตาของอู๋ฉางเยี่ยนก็ลึกล้ำขึ้น ความคิดผันเปลี่ยนไปมานับร้อยพัน
เสิ่นเหยายังคงขดตัวอยู่ตรงมุมเตียงเหมือนกระต่ายน้อยที่ตื่นกลัว อู๋ฉางเยี่ยนไม่อยากทำให้เธอกระอักกระอ่วน จึงลุกขึ้นนั่งริมเตียง หยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวม
ท่อนบนของเขาเปลือยเปล่า มีเพียงกางเกงชั้นในตัวเดียว กล้ามเนื้อแน่นกระชับบนร่างกายเผยเส้นสายชัดเจน สมส่วนไปทุกส่วน ทั้งแผงอกและแผ่นหลังเต็มไปด้วยรอยแดงเล็ก ๆ ที่ทิ้งไว้จากเมื่อคืน กระจัดกระจายซ้อนทับกัน
แก้มของเสิ่นเหยาร้อนผ่าว หัวใจเต้นเร็วขึ้นฉับพลัน ก่อนจะลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก โชคดีจริง ๆ โชคดีที่เขาไม่ได้พัวพันเธอต่อ
อู๋ฉางเยี่ยนเห็นสีหน้าราวกับยกภูเขาออกจากอกของเธอเต็มตา ความไม่พอใจหลายส่วนพลันผุดขึ้นมาในใจโดยไม่มีสาเหตุ
จู่ ๆ เขาก็ไม่อยากปล่อยเรื่องนี้ไปง่าย ๆ
จู่ ๆ เขาก็อยากเปลี่ยนใจขึ้นมา
ก่อนเมื่อคืน เขายังเป็นชายบริสุทธิ์อยู่เลย
จู่ ๆ เขาก็อยากให้เสิ่นเหยารับผิดชอบเขา เดี๋ยวนี้เลย
อู๋ฉางเยี่ยนพลิกตัวขึ้นเตียงฉับพลัน ขยับเข้าไปหาเสิ่นเหยา ไออุ่นร้อนผ่าวพ่นรดแก้มของเธอ เธอมองสบตาเขาอย่างลนลาน ก่อนจะก้มหน้าหลบอย่างรวดเร็ว
ในมุมที่เขามองไม่เห็น ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อยกขึ้นเป็นรอยยิ้มแห่งชัยชนะ
พระเอกอร่อยจริง แต่ก็ไม่ได้เท่าไรนัก
