ชุนหานเวินก็ได้ยินบทสนทนาฝั่งนี้เช่นกัน เพราะค่ายกลกั้นเสียงของโรงเตี๊ยมกระจอก ๆ นี้ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย ห่วยยิ่งกว่าลูกชายปัญญาอ่อนของลุงหวังข้างบ้านอีก ห่วยจนไม่มีที่สิ้นสุด
ชุนน้องสามตั้งแต่รู้ว่าลูกสาวกับลูกชายที่เคยโดนตัวเองรังแกเป็นประจำดันสร้างชื่อได้ขนาดนี้ มีวาสนาเซียนทั้งคู่ ก็ทำได้แค่หลบหางตัวเอง รีบกลับเนื้อกลับตัว แทบอยากจะตบปากตัวเองสักสองสามฉาด
คืนเดียวผ่านไปอย่างรวดเร็ว ชุนจิ่นนอนไม่ค่อยหลับ ตื่นขึ้นมาแต่เช้าตรู่ พูดได้ว่าพี่น้องคู่นี้ช่างมีใจที่ตรงกัน ชุนหานเวินเพิ่งเปิดประตูก็เห็นน้องสาวที่ออกมาสูดอากาศ
"แบ่งกันคนละครึ่ง ปฏิเสธการเป็นคนโง่" คำสาปช่างร้ายกาจ! ชุนหานเวินไม่พูดมากความก็รับไว้ ถ้าวันหลังมีของล้ำค่าอะไร เขาก็จะแบ่งให้น้องสาวเหมือนกัน
อวิ๋นจือเหยียนยังอยู่ในห้วงนิทรา ประตูก็ถูกถีบเปิดผาง ชุนหานเวินฉุดเขาขึ้นมา บังคับให้ตื่น "อย่านอนต่อ ออกเดินทางแต่เช้า เสร็จแล้วเจ้าจะนอนสามวันสามคืน นอนตายคาที่ก็ไม่มีใครว่า"
อวิ๋นจือเหยียนที่ถูกบังคับให้ตื่น "ปากนี่ร้ายกาจจริง ๆ!"
ชุนจิ่นก็ไม่ได้เร่งทั้งสอง เดินลงไปชั้นล่างคนเดียว ใคร ๆ ก็ไม่ใช่คนโง่ ทั้งสองรีบตามไปติด ๆ
แค่ข่าวที่เมื่อวานนางสืบมาก็ไม่น้อยแล้ว ยังได้เข้าใจด้วยว่าการคัดเลือกธิดาเทวดากับบุตรเทวดาเข้มงวดแค่ไหน
ได้รู้จากปากเถ้าแก่โรงเตี๊ยมว่า ไม่เพียงแต่ต้องมีรากวิญญาณแกร่งกล้า ยังต้องปลุกพรสวรรค์ได้อีกด้วย ความยากในการปลุกพรสวรรค์ไม่ต่างจากการเอาเนื้อคนมาสับเป็นไส้เกี๊ยวเลย รอบนี้ยิ่งยากไปกันใหญ่
