ชุนจิ่นพอถึงขั้นที่ 4,100 ก็ไม่ไหวแล้วจริง ๆ อยากจะล้มตัวลงนอนให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็ไม่อยากเป็นคนขี้ขลาดนั่น! เธอรู้ชัดแก่ใจดีว่า ด้วยกำลังของตัวเอง ไม่มีทางปีนขึ้นไปต่อได้อีกแน่ ๆ
แล้วกฎก็ไม่ได้บอกว่าห้ามปีนด้วยกันสามคนนี่นา? เธอเริ่มส่งกำลังใจให้สองคนที่อยู่ข้างหลัง "พี่เร็วเข้า อีกแค่ 100 ขั้นก็ถึง หนูรออยู่ อวิ๋นจือเหยียนนายเร็วกว่านี้หน่อยได้ไหม? ถ้ายังอืดอาดอีกละก็ ไม่ชวนเล่นด้วยแล้วนะ"
ทั้งคู่ต่างฮึกเหิมราวกับถูกเสก เข่นเขี้ยวปีนขึ้นมาสุดชีวิต ไม่มีใครสนใจเลือดที่ไหลออกจากปาก ไม่มีใครอยากเป็นคนขี้ขลาดนั่น!
ชุนหานเวินเดิมทีก็ห่างกันไม่กี่ขั้น พอครบหนึ่งธูปก็มาถึง "น้องเล็ก นี่มันแกร่งยิ่งกว่ากินยาซะอีก"
ชุนจิ่นโบกมือปัด "พี่เองก็ไม่เบาเหมือนกัน! ถ้าพวกเราสองคนมีโอกาสได้เป็นบุตรเทวดากับธิดาเทวดาล่ะก็ จะรีบไปรับพ่อแม่มาโอเคมั้ย?"
ชุนหานเวินยิ้มฝืน ๆ ออกมา "ดีเลย คิดว่าพ่อแม่ต้องภูมิใจในตัวเราแน่ ๆ"
อวิ๋นจือเหยียนปีนไม่ไหวจริง ๆ อยากให้สองคนนั้นเดินขึ้นไปถึงยอดเอง ไม่ต้องสนใจเขา "ผมเป็นคนขี้ขลาดเอง แค่ผมคนเดียวก็พอ! พวกท่านสองคนไปก่อนเถอะ ไม่ต้องห่วงผม"
ชุนจิ่นถ่มน้ำลาย "ถุย! นายไม่อยากให้คนที่ดูถูกนายประหลาดใจบ้างรึไง? ไม่อยากให้ที่บ้านภูมิใจรึไง? ขอร้องเถอะ นั่นมันตำแหน่งบุตรเทวดากับธิดาเทวดาเลยนะ สุดย่อดจะดีไปแล้วมั้ง!"
ในหัวอวิ๋นจือเหยียน เสียงหัวเราะเยาะจากคุณหนูคุณชายตระกูลใหญ่ลอยวนมาเป็นฉาก ๆ เขาเป็นรากจิตวิญญาณยอดเยี่ยมก็จริง แต่ก็แค่ลากเส้นผ่านมาแบบเส้นยาแดงผ่าแปด ครอบครัวก็ตามใจเขา แต่ตำแหน่งทายาทนั้น ทุกคนล้วนรู้แก่ใจกันดีว่าต้องเป็นลูกผู้พี่ชายคนโต เวรแล้ว! พ่อเขาเป็นหัวหน้าตระกูล งั้นเขาก็ต้องเป็นทายาทด้วย!
