“เอ่อ……”
“ฉินเซียว……”
ทรวงอกของหนานกงไป๋เสวี่ยกดทับบนอกของฉินเซียว สร้างแรงกดดันมหาศาลให้เขา
ฉินเซียวรู้สึกร้อนวูบวาบในท้องน้อย แทบอยากจะถอดเสื้อผ้าของหนานกงไป๋เสวี่ยออกให้หมด
“ครั้งนี้ไปตระกูลเย่ เรื่องทุกอย่างเรียบร้อยดีหรือไม่?”
หนานกงไป๋เสวี่ยพยักหน้าราวกับลูกเจี๊ยบจิกข้าว
แต่ไม่นาน นางก็เสแสร้งบีบน้ำตาออกมาหนึ่งหยด แล้วเริ่มร้องไห้
“อึก ๆ ๆ …”
บนใบหน้าของฉินเซียวปรากฏแววสังหารขึ้นในพริบตา เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ตระกูลเย่กลั่นแกล้งเจ้ารึ?”
หนานกงไป๋เสวี่ยเงียบงันไม่ตอบ
ฉินเซียวส่งเสียงเย็นชาคำหนึ่ง “ตระกูลเย่รนหาที่ตาย!!”
หนานกงไป๋เสวี่ยลูบใบหน้าของฉินเซียวพลางพูดว่า “ฉินเซียว เจ้าเย่เฉินตัวไร้ค่านั่นกลับมาเพาะบ่มได้อีกครั้ง! ครั้งนี้ข้าไปตระกูลเย่ เขากลับก้าวเข้าสู่ขอบเขตจอมราชันเสียแล้ว”
นางไม่ได้พูดถึงเรื่องที่ถูกเย่เฉินปราบ
เรื่องนี้น่าอับอายนัก!
ระดับขั้นของนางสูงกว่าเย่เฉิน แต่กลับถูกเย่เฉินทุบตีเสียยับเยิน ไร้แม้กำลังจะสู้โต้!
หากฉินเซียวรู้เข้า ต้องดูถูกนางเป็นแน่
ฉินเซียวหัวเราะเยาะ “เพียงแค่แคว้นชิง กระจอกงอกง่อยเยี่ยงนั้น ตระกูลเย่ก็แค่มดปลวก ขนาดเย่เฉินทะลวงเข้าขอบเขตจอมราชัน ต่อหน้าข้า ข้าเพียงดีดนิ้วก็ดับสูญได้!”
หนานกงไป๋เสวี่ยพยักหน้า “ใช่แล้ว เย่เฉินตัวไร้ค่านั่นไม่มีทางเทียบกับเจ้าได้เลย!”
ฉินเซียวพูดเรียบ ๆ “วางใจเถิด ข้าจะหาโอกาสกำจัดเย่เฉินเสีย เพียงแต่ช่วงนี้ การประลองชิงตำแหน่งเทพโอรสกำลังจะเริ่ม ข้าไม่มีเวลามากังวลเรื่องอื่น”
ทรวงอกของหนานกงไป๋เสวี่ยเบียดฉินเซียวแรงขึ้น “แต่ว่า…”
ฉินเซียวขมวดคิ้ว “แต่ว่าอะไร?”
หนานกงไป๋เสวี่ยพูดว่า “เย่เฉินตัวไร้ค่านั่นไม่รู้ว่าโชคดีอะไรหนักหนา กลับได้เข้าสังกัดสำนักต้าเต้า”
“แต่ว่าไม่ต้องกังวลไป เขาเข้าสังกัดยอดเขาเขียวคราม อาจารย์คือเจ้าไร้ค่าลู่เสวียนนั่น!”
“ลู่เสวียน?” ฉินเซียวชะงักไป
ช่างเป็นชื่อที่คุ้นหูนัก!
ไม่นาน เขาก็นึกขึ้นได้
นี่มันเจ้าสำนักไร้ค่าของสำนักต้าเต้าคนนั้นมิใช่รึ?
ก่อนหน้านี้เขาก็เคยลังเลระหว่างสำนักต้าเต้า สำนักไท่ซ่างเสวียนจง สำนักชางมู่ และอีกหลายสำนัก สุดท้ายเลือกเข้าสำนักไท่ซ่างเสวียนจง
