“ลู่เสวียน จงตายเสีย!”
สิ้นเสียง!
ห้วงดาราอันไกลโพ้น พลันปรากฏทะเลโลหิตแปรสภาพขึ้นมา บรรพชนผู้สูงสุดว่าที่เต๋าหลายคนของเผ่าวิญญาณโลหิตปรากฏตัวขึ้น เบื้องหลังพวกเขามีทหารวิญญาณนอกพิภพหลายสิบตน ยืนตระหง่านอยู่กลางทะเลโลหิตไร้ขอบเขตเช่นกัน
กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านจากร่างของพวกเขา พลังแห่งทะเลโลหิตพลุ่งพล่าน พวกเขาไม่คิดปกปิดกลิ่นอายของตนแม้แต่น้อย
เคล็ดวิชาลับของเผ่าวิญญาณโลหิตโจมตีห้วงสุญญตา เหล่าผู้แข็งแกร่งแห่งเผ่าวิญญาณโลหิตมีพลังปราณโลหิตพลุ่งพล่านดุจเสียงอสนีบาต แม้ยังมิได้ลงมือ เพียงอานุภาพแห่งพลังปราณโลหิตก็สั่นสะเทือนไปทั่วสารทิศ เมื่อทะเลโลหิตแผ่ไปถึง ดินแดนใหญ่ใกล้เคียงก็ถูกแรงปะทะจนแตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ
ผู้นำกลุ่มคือผู้อาวุโสมารโลหิตแห่งเผ่าวิญญาณโลหิต
รอบกายผู้อาวุโสมารโลหิต ทะเลโลหิตไร้ขอบเขตเริ่มเดือดพล่าน เขาสะบัดแขนเสื้อคราหนึ่ง ทะเลโลหิตก็แปรสภาพเป็นเรือวิญญาณโบราณกาล ล่องข้ามมาถึง
เมื่อระยะห่างใกล้เข้ามา แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวก็โถมบดขยี้ใส่บรรพชนเสวียนซางและคนอื่น ๆ
“พรวด!”
บรรพชนเสวียนซางและพวกพ้องไม่อาจต้านทานได้แม้แต่น้อย ต่างกระอักเลือดออกมา
พวกเขาเป็นเพียงผู้สูงสุดครึ่งก้าว แต่ผู้มาเยือนกลับเป็นผู้สูงสุดว่าที่เต๋า!
เพียงกลิ่นอายก็เกินกว่าพวกเขาจะรับไหวแล้ว!
ลู่เสวียนขมวดคิ้วเล็กน้อย ปลายนิ้วมีพลังอ่อนโยนสายหนึ่งวนเวียน ก่อนแผ่ระลอกเบา ๆ รอบกายบรรพชนเสวียนซางและคนอื่น ๆ พริบตานั้นพวกเขาก็รู้สึกราวกับต้องสายลมวสันต์ ไม่อาจสัมผัสแรงกดดันใดได้อีก
สีหน้าผู้อาวุโสมารโลหิตเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขามองเฟิงเชียนเซียว “ลงมือพร้อมกันหรือไม่?”
เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดราชสำนักอสูรจึงยังไม่ลงมือ
