พอตกเย็น ทั้งสี่คนก็เดินจากริมห้วยกลับขึ้นมาบนยอดเขา
ดวงตะวันลับขอบฟ้าไปหมดแล้ว ท้องฟ้าค่อย ๆ เปลี่ยนจากสีน้ำเงินเข้มเป็นสีดำสนิท ไม่รู้ว่าดวงจันทร์ลอยขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไร ส่องแสงกระจ่างใส อาบพื้นดินด้วยประกายสีเงินจาง ๆ
ดวงดาวทยอยส่องสว่างทีละดวง เริ่มจากดวงที่สว่างที่สุดไม่กี่ดวง ก่อนจะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ
เมืองเทียนหนานที่อยู่เชิงเขาก็เริ่มเปิดไฟสว่างไสว
แสงไฟเป็นผืนกว้างแผ่กระจายท่ามกลางรัตติกาล ถนนแต่ละสายราวกับแม่น้ำเรืองแสง พาดผ่านตัดกันไปมา ถักทอเมืองทั้งเมืองให้กลายเป็นผืนตาข่ายระยิบระยับ
เมื่อมองลงมาจากยอดเขา แสงไฟจากบ้านเรือนนับหมื่นซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ ทั้งสีเหลืองนวล สีขาวเย็นตา และสีฟ้าอ่อน หลอมรวมกันเป็นจุดแสงเงียบสงบแต่อบอุ่น
ทั้งสี่นั่งเรียงกันบนแผ่นรองกันชื้น มองทิวทัศน์ยามค่ำคืนตรงหน้า ไม่มีใครเริ่มพูดก่อน ราวกับแค่เอ่ยปากก็จะทำลายความสงบอันหาได้ยากนี้
เฉินเป่ยเสวียนพิงรากไม้ สายตากวาดผ่านแสงไฟเบื้องล่าง จู่ ๆ ในใจก็เกิดความรู้สึกแปลกประหลาดขึ้นมา
ได้นั่งอยู่บนที่สูง คอยปกป้องแสงไฟทั่วทั้งเมืองเช่นนี้ ช่างให้ความรู้สึกเหมือนเทพผู้พิทักษ์อยู่บ้างจริง ๆ
“ยุงเยอะชะมัด!” ซุนโรวพลันยกมือตบต้นขาตัวเอง เสียงเพี๊ยะดังลั่น ทำลายความเงียบของทุกคน
เธอก้มมองใต้แสงจันทร์ บนต้นขาขาวผ่องมีรอยแดงเล็ก ๆ จากยุงกัด
