จากนั้นก็เรียนต่ออีกหลายคาบ
คาบที่สองเป็นวิชาคณิตศาสตร์ อาจารย์คณิตศาสตร์แซ่หวัง เป็นชายวัยสี่สิบกว่า จังหวะการสอนของเขารวดเร็วมาก ชอล์กขีดเขียนบนกระดานดำอย่างฉับไว คาบเดียวก็เขียนจนเต็มกระดานดำทั้งสองแผ่น
หลังสอนโจทย์ตัวอย่างเสร็จ เขายังชอบสุ่มเรียกชื่อนักเรียนให้ตอบคำถามด้วย หากใครตอบไม่ได้ ก็ต้องยืนฟังไปจนจบคาบ
นักเรียนห้อง 7 ชั้นมัธยมปลายปี 3 ไม่เคยกล้าใจลอยตอนเรียนคณิตศาสตร์ เพราะกลัวจะถูกเรียกชื่อ
วันนี้อาจารย์หวังสอนโจทย์ประยุกต์เกี่ยวกับลำดับ หลังเขียนโจทย์ตัวอย่างข้อที่สองเสร็จ ก็ขยับแว่นแล้วกวาดตามองรายชื่อในสมุด ก่อนสายตาจะหยุดลงที่ชื่อหนึ่ง
“เฉินเป่ยเสวียน”
ทั้งห้องเงียบไปชั่วขณะ ก่อนที่นักเรียนชายสองสามคนแถวหลังจะหลุดหัวเราะเบา ๆ
เพื่อนนักเรียนแถวหน้าหลายคนหันกลับมามองเฉินเป่ยเสวียน แววตาเจือความสะใจ
คราวนี้มีเรื่องสนุกให้ดูแล้ว เฉินเป่ยเสวียนแค่เปิดหนังสือเรียนยังไม่คล่อง ลุกขึ้นมายืนก็คงอ่านโจทย์ได้ไม่ครบด้วยซ้ำ
เฉินเป่ยเสวียนลุกจากที่นั่ง มองโจทย์บนกระดานดำ แล้วตอบแนวคิดในการแก้โจทย์กับคำตอบออกมาแทบจะทันที
ขั้นตอนชัดเจน ตรรกะรัดกุม แม้แต่ผลลัพธ์สุดท้ายก็เหมือนกับที่อาจารย์หวังเขียนไว้ในแผนการสอนทุกประการ
เสียงหัวเราะเงียบหายไป
นักเรียนหลายคนที่รอดูเรื่องสนุกต่างมองหน้ากัน อาจารย์หวังเองก็ชะงักไป ก่อนก้มดูรายชื่อในสมุดแล้วเงยหน้ามองเฉินเป่ยเสวียน ราวกับกำลังยืนยันว่าตนไม่ได้จำคนผิด
เขาสอนเฉินเป่ยเสวียนมาสองปีกว่าแล้ว ปกติเด็กคนนี้ไม่ฟุบหลับก็เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง วันนี้จู่ ๆ ทำไมถึงเหมือนคิดอะไรออกขึ้นมาได้?
แต่อาจารย์หวังก็ยังพยักหน้า ชมสั้น ๆ อย่างหาได้ยากว่า “ไม่เลว” แล้วให้เฉินเป่ยเสวียนนั่งลง
คาบที่สามเป็นวิชาภาษาอังกฤษ เรื่องคล้ายกันก็เกิดขึ้นอีกครั้ง
อาจารย์ภาษาอังกฤษเปิดไฟล์เสียงสำหรับฝึกฟัง พอเปิดจบก็ถามคำถาม เรียกนักเรียนที่ผลการเรียนดีสามคนติดกันแต่ไม่มีใครตอบถูก สุดท้ายเฉินเป่ยเสวียนยกมือ แล้วอ่านคำตอบที่ถูกต้องออกมาด้วยสำเนียงมาตรฐาน
