มองท่าทางไร้เหตุผล พูดจาเหลวไหล ไร้ยางอายของเธอแล้ว เขาก็ทั้งโกรธทั้งขำ
ก่อนหน้านี้เขามองไม่ออกได้ยังไงนะว่าผู้หญิงร้ายกาจคนนี้เก่งเรื่องใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นขนาดนี้
ตอนนี้เฉิ่นเยี่ยนจือขี้เกียจเถียงแล้ว เขาเพียงยืนนิ่งมองเจียงสี่ร้องไห้
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน เจียงสี่ที่รอให้เฉิ่นเยี่ยนจือปลอบมาตลอดเห็นว่าผู้ชายคนนี้เงียบกริบอยู่นาน
เสียงร้องไห้ค่อย ๆ เบาลง เธอแอบเหลือบตามองเขาอย่างลับ ๆ ล่อ ๆ
แล้วก็สบเข้ากับดวงตาลึกล้ำคู่นั้นของชายหนุ่ม ราวกับกำลังมองทะลุเธอ
เสียงร้องไห้ของเจียงสี่พลันหยุดชะงัก เธอรู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมาเล็กน้อย
ชวนให้รู้สึกเหมือนถูกจับได้ว่ากำลังเล่นละครอยู่คนเดียว
เฉิ่นเยี่ยนจือย้อนถามว่า “ร้องไห้พอหรือยัง?”
เจียงสี่ก้มหน้า เอานิ้วชี้ทั้งสองข้างมาจิ้มกันไปมา “ร้องพอแย้ว”
“ร้องพอแล้วก็ไปหย่ากัน” เฉิ่นเยี่ยนจือตัดสินใจแล้วว่าวันนี้ถ้าไม่หย่า เขาจะไม่ใช้แซ่เฉิ่นอีกต่อไป
เจียงสี่เห็นว่าตัวเองร้องไห้มาตั้งนาน ใส่ร้ายเขามาตั้งนาน แต่ก็ยังเปลี่ยนใจผู้ชายคนนี้เรื่องหย่าไม่ได้ จึงทำท่าจะร้องไห้อีกครั้ง
เฉิ่นเยี่ยนจือกลัวผู้หญิงจอมเอาแต่ใจคนนี้จนขยาดแล้ว เขาตวาดห้ามว่า “หุบปาก! ห้ามร้อง!”
เจียงสี่ทำเป็นหูทวนลม ความน้อยใจยิ่งพุ่งพรวด เธอกอดท้องตัวเองแล้วฟ้องลูกอย่างฉุนเฉียวว่า “ลูกจ๋า พ่อของลูกจะหย่ากับแม่เพราะผู้หญิงคนอื่น แม่จะพาลูกไปกระโดดแม่น้ำหวงผู่เดี๋ยวนี้แหละ”
พูดจบ เธอก็กอดท้องกลมโตแล้วเดินตรงออกไปข้างนอก
เฉิ่นเยี่ยนจือโกรธจนขมับกระตุก รีบขวางหน้าเธอไว้
เงาของเขาทอดคลุมร่างเธอ เฉิ่นเยี่ยนจือเหนื่อยล้าและจนปัญญา เขาถูกเธอทรมานจนหมดทางรับมือจริง ๆ “เจียงสี่ ตกลงคุณต้องการอะไรกันแน่?”
“ตลอดเวลาที่ผ่านมา คุณก่อเรื่องวุ่นวายไม่หยุด พอคุณบอกว่าจะหย่า ผมก็ยอม”
“คุณบอกว่าไม่อยากมีลูก ผมก็...” แววเจ็บปวดวาบผ่านดวงตาของชายหนุ่ม “ยอม ผมไม่เข้าใจว่าตอนนี้คุณกำลังทำบ้าอะไรอยู่?”
“เฉิ่นเยี่ยนจืออย่างผมไม่ใช่ไอ้ขี้ขลาดไร้ศักดิ์ศรี วันนี้ใครไม่ไปหย่า คนนั้นมันก็เป็นไอ้...”
เขายังพูดไม่ทันจบ ริมฝีปากบางก็ถูกริมฝีปากนุ่มนิ่มหวานฉ่ำแนบลงมา
เฉิ่นเยี่ยนจือรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น รูม่านตาหดวูบ เขาผลักเธอออกไปแทบจะในทันที
ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาพลันฉายแววขุ่นเคือง ใบหูแดงก่ำ “เจียงสี่ คุณ! ผม! คุณ...”
ดวงตาฉ่ำน้ำของเจียงสี่จ้องมองเขาไม่วางตา แขนขาวนวลโอบเอวเพรียวของเขาไว้ทันที “ฉันทำไมเหรอ?”
ชายหนุ่มโกรธจนพูดไม่ออกอยู่พักใหญ่ “ไร้ยางอาย!”
“แต่คุณเป็นสามีฉันนะ ฉันจูบคุณแล้วจะเป็นอะไรไป?” เจียงสี่ซุกหน้าเข้ากับอกเขา ถูไถเบา ๆ ราวกับลูกแมว “คุณสามี กอดฉันหน่อยได้ไหม?”
เจียงสี่ช่ำชองเรื่องออดอ้อนมาโดยตลอด การใช้ความอ่อนโยนสยบความแข็งกร้าวเป็นความสามารถถนัดของเธอ
คำว่า ‘คุณสามี’ ที่เรียกซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับเค้กสตรอว์เบอร์รีหวานหอมชิ้นหนึ่ง
หวานเลี่ยน
หวานจนแทบตาย
เฉิ่นเยี่ยนจือจำไม่ได้แล้วว่าเจียงสี่ไม่ได้เรียกเขาว่าคุณสามีมานานแค่ไหน
ความทรงจำที่เคยถูกเธอปราบให้เชื่องค่อย ๆ หวนกลับมา หัวใจที่เคยเย็นชาพลันอบอุ่นขึ้น เขายกมือขึ้นโดยไม่รู้ตัว ตั้งใจจะดึงเธอเข้ามากอดแนบอก หลอมรวมเธอไว้ในกระดูกและเลือดเนื้อ
แต่แล้วคำพูดร้ายกาจที่เธอเคยตะโกนใส่เขาอย่างเสียสติก็ดังขึ้นข้างหู
‘เฉิ่นเยี่ยนจือ แกมันไอ้ขี้แพ้ไร้ประโยชน์ ฉันอยู่กับแกนี่ซวยซ้ำซวยซ้อนมาหลายชาติ ทำไมแกไม่ไปตายซะ?’
หัวใจของเฉิ่นเยี่ยนจือที่เพิ่งอ่อนลงกลับถูกปิดผนึกอีกครั้ง ร่างกายแข็งทื่อไปหมด
มือของเขาชะงักค้างอยู่กลางอากาศ
เฉิ่นเยี่ยนจือ อย่าโง่ไปหน่อยเลย
เธอแค่รู้ว่านายรับงานหาเงินได้แล้ว
เลยอยากกอบโกยสักก้อนก่อนหย่า
ผ่านมาตั้งครึ่งปีแล้ว ยังดูไม่ออกอีกหรือว่าผู้หญิงคนนี้ใจร้ายแค่ไหน?
“เฉิ่นเยี่ยนจือ ขอโทษนะ” เจียงสี่สะอื้น “ฉันผิดไปแล้ว ฉันรู้ตัวจริง ๆ ว่าผิด ฉันไม่ควรไม่เอาลูกของเรา ไม่ควรไปทำแท้งที่คลินิกเถื่อน ฉันรู้ตัวแล้วจริง ๆ ยกโทษให้ฉันได้ไหม?”
เฉิ่นเยี่ยนจือแทบไม่อยากเชื่อ ราวกับนึกไม่ถึงว่าเจียงสี่ที่เอาแต่หาเรื่องไร้เหตุผลมาตลอดจะรู้ตัวว่าตัวเองผิดด้วย
ช่างน่าประหลาดใจจริง ๆ...
เจียงสี่ร้องไห้จนใบหน้างดงามเปื้อนน้ำตา เฉิ่นเยี่ยนจือรู้สึกเหมือนมีอะไรจุกอยู่ในลำคอ จู่ ๆ ก็ไม่รู้ว่าเธอกำลังเผยความรู้สึกจริง ๆ หรือแค่แสดงละคร
“เฉิ่นเยี่ยนจือ ขอแค่คุณยอมยกโทษให้ฉัน ไม่หย่ากับฉัน คุณจะให้ฉันทำอะไร ฉันก็ยอมทั้งนั้น”
เฉิ่นเยี่ยนจือหลุบตามองเธอ ในดวงตาดำขลับเต็มไปด้วยแววพินิจ
เขามองใบหน้าสวยดื้อรั้นของเธอ ก่อนหรี่ตาลงเล็กน้อย
ทันใดนั้น มุมปากก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจาง ๆ ริมฝีปากบางเผยอออก น้ำเสียงร้ายกาจอย่างยิ่ง
“ได้สิ คุกเข่าขอร้องฉันสิ!”
