“ช่วงไม่กี่ปีมานี้ ธุรกิจของตระกูลมู่หรงขยายตัว จนไปล่วงเกินคนไว้ไม่น้อย ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
ตอนนี้ยังไม่รู้แน่ชัดว่าใครอยากให้ฉันตายขนาดนั้น แต่ฉันสงสัยคนบางคนแล้ว
เชื่อว่าอีกไม่นานความจริงก็จะกระจ่าง”
ความเศร้าหมองบนใบหน้าของมู่หรงเสวี่ยจางหายไปอย่างรวดเร็ว เธอหันมาถามเย่เทียนอีกครั้ง
“เย่เทียน ฉันเป็นคนที่ใครมีบุญคุณก็ต้องตอบแทน วันนี้นายช่วยชีวิตฉันไว้ ฉันต้องตอบแทนนายแน่
ว่ามา อยากได้เงินเท่าไร ฉันไม่ต่อรองสักหยวน”
“เงินเป็นของดีจริง แต่ฉันยังคิดไม่ออก
เธอตอบแทนฉันอย่างอื่นไม่ได้หรือไง?”
มู่หรงเสวี่ยได้ยินดังนั้นก็หน้าแดง หมายความว่ายังไง?
เย่เทียนคนนี้คงไม่ได้คิดจะหมายปองเธอจริง ๆ หรอกนะ?
ถึงทั้งคู่จะเคยมีความสัมพันธ์กันเกินเลย แต่นั่นก็เกิดขึ้นหลังจากเธอถูกวางยา
ถ้าจะให้คบกันจริงจัง จะเป็นไปได้ยังไง
แม้เย่เทียนจะเก่งเรื่องบนเตียง แถมยังเคยช่วยชีวิตเธอ หากเธอจะตอบแทนด้วยการยอมเป็นของเขาก็ใช่ว่าจะคิดไม่ได้
แต่เธอหมั้นกับคนอื่นไปนานแล้ว ผู้ชายคนนั้นกุมเส้นทางเศรษฐกิจที่หล่อเลี้ยงการเติบโตของตระกูลมู่หรงไว้ เธอไม่กล้ายกเลิกการหมั้น
ยิ่งไปกว่านั้น คนทั้งตระกูลมู่หรงก็ไม่มีทางยอมให้เธอยกเลิกการหมั้นแน่
ในฐานะผู้หญิงที่เกิดมาในตระกูลใหญ่ ชีวิตคู่ของเธอถูกกำหนดไว้แล้ว
ความรักที่ใคร ๆ ว่าเป็นสิ่งสวยงาม สำหรับเธอเป็นเพียงนิทานที่เอื้อมไม่ถึง
“เย่เทียน ความรักที่จับต้องไม่ได้ไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับฉัน อีกอย่าง นายก็มีแฟนใหม่แล้วไม่ใช่เหรอ?
มีของในชามแล้วยังจ้องของในหม้อ นายคิดจะเป็นผู้ชายเจ้าชู้ใช่ไหม?
เราคุยเรื่องเงินกันดีกว่า เรื่องเงินน่ะเป็นรูปธรรมที่สุด”
“ประธานมู่หรง อย่าเข้าใจผิด ฉันไม่ได้คิดจะจีบเธอ”
ตอนนี้เย่เทียนมีเนตรทิพย์ทะลุปรุโปร่ง การหาเงินไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
สิ่งที่เขาอยากได้จากมู่หรงเสวี่ยมากกว่าเงิน คือสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้
