ซ่งชิวเยว่หลับไปสามวันเต็ม ร่างกายฟื้นตัวเกือบเป็นปกติแล้ว
หลังมื้อกลางวัน เจียงซิ่วเอ๋อก็เริ่มเก็บข้าวของ เตรียมออกจากโรงพยาบาล ส่วนซ่งเว่ยกั๋วกลับไปที่หน่วยเพื่อรายงานตัว
ช่วงหลายวันที่ผ่านมา เรื่องของเยว่เยว่ทำให้เขาหนักใจไม่น้อย ไม่รู้ว่าทางฉินหวายเปียวจะคิดอย่างไรบ้าง
แต่ไม่ว่ายังไง ลูกสาวเขาก็ไม่ใช่ทหารใต้บังคับบัญชาของอีกฝ่าย จะฝึกอย่างไรก็ไม่เกี่ยวกับเธอ
อีกอย่าง ตีคนแล้วมันยังไงล่ะ?
ถ้าคนอื่นไม่มาหาเรื่องลูกสาวเขา แล้วลูกสาวจะลงมือทำไม?
ซ่งเว่ยกั๋วเริ่มหาเหตุผลเข้าข้างซ่งชิวเยว่ในใจ พอก้าวผ่านประตูค่ายทหาร ก็มีพลสื่อสารหนุ่มคนหนึ่งวิ่งตรงเข้ามา เขาทำความเคารพอย่างเคร่งขรึม
“ผู้บังคับกองพันซ่ง ผู้การฉินเรียกให้ไปพบครับ”
ซ่งเว่ยกั๋วพยักหน้า แล้วเดินไปยังห้องพักของฉินหวายเปียว ประตูเปิดอยู่ เขาจึงเคาะเบา ๆ พอเป็นพิธีสองครั้ง
ฉินหวายเปียวนั่งก้มหน้าเขียนอะไรบางอย่างอยู่ ปากกาหมึกซึมในมือขยับอย่างรวดเร็ว เขาไม่เงยหน้าขึ้นมา เพียงพูดว่า “เข้ามา” แล้วทำงานต่อ
ซ่งเว่ยกั๋วนั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงาน ไม่รู้กำลังคิดอะไรอยู่ แผ่นหลังเหยียดตรง เชิดหน้าเล็กน้อย
ราวสิบนาทีต่อมา ฉินหวายเปียวถึงวางปากกา เงยหน้าขึ้น เผยใบหน้าที่ดูสงบสุขราวกับบ้านเมืองร่มเย็น
เขามองซ่งเว่ยกั๋วที่ดูราวกับพร้อมสละชีพโดยไม่เสียใจแล้วก็ปวดหัว
“ซ่งเว่ยกั๋วเอ๊ย ซ่งเว่ยกั๋ว จะให้ฉันพูดกับนายยังไงดี ลูกสาวนายมันเป็นตัวดีจริง ๆ!”
ฉินหวายเปียวยกกระบอกน้ำชาบนโต๊ะขึ้นดื่มอึกใหญ่ ก่อนพูดต่อว่า
