“จับได้อะไร ให้ฉันดูหน่อย”
ชีจินจิ่วรับการ์ดที่เธอยื่นให้ ส่งเสียงอุทานว่า “ว้าว” แล้วเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“ดวงใจน้อยจะเลือกเขาทำภารกิจเหรอ” เธอชี้ไปยังนายแบบสวมที่คาดหูแมวซึ่งยืนอยู่ข้างเสิ่นจืออี้
เขามีท่าทางว่าง่าย ยิ้มพลางมองเสิ่นจืออี้
“ผมได้ครับ”
เขายื่นมือไปทางเสิ่นจืออี้ “มาทำภารกิจด้วยกันนะครับ”
“ผมจะช่วยคุณเอง”
เสิ่นจืออี้มองหูแมวบนศีรษะของเขา
สีขาว
จู่ ๆ เธอก็นึกถึงนิวไหน่ขึ้นมา
ไม่ได้ลูบมันมานานแล้ว
ไม่รู้ว่าตอนนี้เจ้าแมวน้อยเป็นอย่างไรบ้าง
เธอขยับปลายนิ้ว
“พี่จะให้คนที่ไม่รู้จักกอดพี่เหรอ” ชีอวี่หรันเอ่ยขึ้นกะทันหัน
เดิมทีเขาเอนพิงโซฟาอย่างเกียจคร้าน แต่ตอนนี้กลับลุกขึ้นนั่ง สีหน้าหม่นคล้ำ
“พี่อย่าไปแตะเขา”
บรรยากาศรอบตัวเขาอึมครึม น้ำเสียงก็แฝงความก้าวร้าวอย่างไร้สาเหตุ
“ใครจะรู้ว่าสะอาดหรือเปล่า”
เสิ่นจืออี้ชะงักไปกับความจริงจังและความดื้อรั้นในดวงตาของเขา
แล้วเธอก็ชักมือกลับราวกับถูกมนตร์สะกด
“คุณหมายความว่ายังไง” นายแบบหนุ่มเริ่มไม่พอใจ เขามองข้ามเสิ่นจืออี้ไป หรี่ตาถามชีอวี่หรัน
ชีอวี่หรันยกมุมปากขึ้นอย่างเย้ยหยัน
“ไม่ได้หมายความว่าอะไร”
“ชมว่าฝีมือการทำงานของคุณยอดเยี่ยมไง ฟังไม่ออกหรือ”
เขาเอียงศีรษะเล็กน้อย ต่างหูสะท้อนแสงไฟสลัวที่วูบไหว ดูเย็นชาและหยิ่งผยองขึ้นมาหลายส่วน
แววตาก็เย็นเยียบราวกับเคลือบน้ำแข็ง
นายแบบหนุ่มยิ่งโมโหกว่าเดิม
แต่เพราะเสิ่นจืออี้อยู่ตรงนั้น เขาจึงทำได้เพียงรักษาภาพลักษณ์ว่าง่ายเอาไว้ อดกลั้นไม่แสดงอาการ