“ประมาณนี้ก็ได้แล้ว”
“ฉันอธิบายชัดเจนหรือเปล่า”
เสิ่นจืออี้หันข้างไป จึงเพิ่งพบว่าใบหน้าของชีอวี่หรันอยู่ใกล้กันมาก
เธอเกือบจะชนแก้มเขาเข้าแล้ว
เธอรีบถอยหลังไปครึ่งก้าว
แต่กลับถูกแขนที่เขายื่นมาขวางไว้ พอเสียหลักจึงเซถลาลงสู่อ้อมแขนของเขา
แขนของเขาโอบประคองเอวบางของเธอไว้หลวม ๆ
“ระวังหน่อยสิ พี่สาว”
ลมหายใจร้อนผ่าวพ่นรดข้างหู
เสิ่นจืออี้สมองว่างเปล่าไปชั่วขณะ แม้แต่ขนอ่อนตรงลำคอก็ลุกชันขึ้นมาอย่างเชื่อฟัง
แต่เขากลับทำตัวราวกับเป็นคนที่ห่วงใยอย่างบริสุทธิ์ใจ พลางเตือนพลางประคองเอวเธอให้ยืนมั่นคง
จากนั้นจึงยืดตัวขึ้นและถอยห่างจากเธอเล็กน้อย
เสิ่นจืออี้รู้สึกมึนงงอยู่บ้าง
เธอคิดมากไปเองหรือเปล่า
แต่ตรงขอบลำคอยังคงมีไออุ่นจากลมหายใจของเขาหลงเหลืออยู่
ร้อนจนชวนตกใจ
ชีจินจิ่วนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม พอได้ยินเสียงจึงเงยหน้าขึ้นมาสังเกตความเคลื่อนไหวของพวกเขา
เธอหรี่ตา มองไปทางชีอวี่หรัน
มือเด็ดใบไม้ส่วนเกินออกไป สายตาเต็มไปด้วยความสงสัย
เมื่อกี้ตอนที่เธอเผลอ ไอ้เด็กตัวแสบนี่ทำอะไรดวงใจน้อยอีกแล้วหรือเปล่า
ประมาทแม้แต่นาทีเดียวไม่ได้จริง ๆ
“เรียนรู้ได้หรือยัง ถ้าได้แล้วก็มาทำตรงนี้” ชีจินจิ่วพูด
ชีอวี่หรันเบ้ปากเล็กน้อย
“ผมยังไม่ค่อยชำนาญ ขออยู่ตรงนี้แล้วกัน ตรงไหนไม่เข้าใจจะได้ถามพี่สาว”
“หึ” ชีจินจิ่วหัวเราะเยาะ “ฉันก็เป็นพี่สาวนายเหมือนกัน”
“ฝีมือพี่สู้เธอไม่ได้หรอก” ชีอวี่หรันเลิกคิ้วขึ้นน้อย ๆ
ชีจินจิ่วโบกกรรไกรไปทางเขา
เสิ่นจืออี้อดหัวเราะไม่ได้
“ให้เขาอยู่ตรงนั้นเถอะ รีบทำกันหน่อย เดี๋ยวแดดหมดแล้วจะถ่ายรูปไม่สวย”
ชีจินจิ่วถึงยอมปล่อยเขาไป